ใช้ Schema Markup เพื่อเพิ่ม Rich Snippets ในผลการค้นหา

2 mins read

Published

4 June, 2025

Language

Thai

Written by

Share

ใช้ Schema Markup เพื่อเพิ่ม Rich Snippets ในผลการค้นหา

เคยเห็นไหมว่าเวลาเสิร์ชใน Google แล้วผลลัพธ์บางเว็บมี “ดาวรีวิว”, “คำถาม–คำตอบ”, หรือ “ราคาสินค้า” โผล่ใต้ลิงก์
นั่นคือผลลัพธ์ของการใช้ Schema Markup หรือที่เรียกว่า Structured Data

การใส่ Schema ที่ถูกต้องจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณ แสดงผลโดดเด่นกว่าคู่แข่ง, เพิ่มอัตราการคลิก (CTR) และ ช่วย Google เข้าใจเนื้อหาของคุณได้ดีขึ้น

Schema Markup คืออะไร?

Schema Markup คือโค้ดพิเศษที่ฝังอยู่ใน HTML ของเว็บไซต์ เพื่อบอกกับ Google ว่าเนื้อหาบนหน้านั้นคืออะไร เช่น:

  • บทความ (Article)

  • สินค้า (Product)

  • คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • รีวิว (Review)

  • เหตุการณ์ (Event)

โดย Schema จะช่วยให้ Google แสดงผลแบบพิเศษที่เรียกว่า Rich Snippets เช่น คำถาม-คำตอบ, คะแนนรีวิว, ราคา ฯลฯ

 

ประเภท Schema ที่แนะนำใช้งาน

1. Article

เหมาะกับบล็อกหรือข่าวสาร ช่วยให้ Google เข้าใจหัวข้อ, ผู้เขียน, วันที่เผยแพร่
ใช้สำหรับเว็บไซต์ที่มีบทความจำนวนมาก

2. Product

เหมาะกับเว็บไซต์ E-Commerce ช่วยแสดงชื่อสินค้า, ราคา, สต็อก, คะแนนรีวิว
ทำให้สินค้าคุณเด่นกว่าในหน้า Search

3. FAQPage

ใช้แสดง “คำถามที่พบบ่อย” ในผลการค้นหาแบบมีคำตอบขยายได้
เหมาะสำหรับหน้า Landing Page, บริการ หรือหน้าสินค้าที่มีคำถามจากลูกค้าบ่อย

 

วิธีใส่ Schema

  1. ใช้รูปแบบ JSON-LD (แนะนำโดย Google)

  2. วางโค้ดใน <head> หรือใน <body> ของหน้าเว็บ

  3. ทดสอบด้วย Rich Results Test

  4. ส่ง sitemap อัปเดตใน Google Search Console

 

 

กรณีศึกษา: MyCloud Fulfillment เพิ่ม Schema แล้วได้ผลทันตา

MyCloud Fulfillment ต้องการให้หน้าบริการของตนโดดเด่นใน Google และตอบคำถามลูกค้าได้ทันทีตั้งแต่ผลการค้นหา

ปัญหาที่พบ:

  • หน้า Landing มีข้อมูลเยอะ แต่แสดงผลใน Google แบบธรรมดา

  • ผู้ใช้ต้องคลิกเข้าเว็บเพื่อหาคำตอบ เช่น บริการคืออะไร? ค่าบริการเท่าไร?

แนวทางที่ดำเนินการ:

  • ทีม Senna Labs ช่วยเพิ่ม Schema ประเภท FAQ ด้วย JSON-LD

  • วางไว้เฉพาะคำถามที่ผู้ใช้ค้นหาบ่อย

  • ทดสอบผ่าน Rich Results Test แล้วส่ง sitemap ใหม่

ผลลัพธ์:

  • ภายใน 2 สัปดาห์ Google แสดง Rich Snippets แบบ FAQ ในผลการค้นหา

  • CTR เพิ่มขึ้น 22% จากผู้ใช้ที่ค้นหาคำถามโดยตรง

  • ผู้ใช้เข้าเว็บด้วยความตั้งใจมากขึ้น ทำให้ Bounce Rate ลดลง

 

สรุป

Schema Markup คือเครื่องมือ SEO ที่ “เบื้องหลัง” แต่ทรงพลัง
หากใช้ถูกจังหวะและเลือกประเภทให้เหมาะกับเนื้อหา จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณโดดเด่นในผลการค้นหา
ทั้งยังเพิ่ม CTR และทำให้ Google เข้าใจคุณได้ลึกขึ้นกว่าเดิม

Written by
Earth Vachiravich Klaiklaw
Earth Vachiravich Klaiklaw

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
28 Mar, 2026

by

Preview email ด้วย Letter Opener
Preview email ด้วย Letter Opener
Letter Opener เป็น gem ของ ที่ใช้แสดงรูปแบบของอีเมลที่เราต้องการจะส่ง ก่อนที่จะส่งจริง เพื่อให้ง่ายและไวต่อการทดสอบ Let's Get started... Installation เพิ่ม Gem ใน Gemfile จากนั้นรัน `bundle install` # Gemfile group :development do gem "letter_opener" gem "letter_opener_web", "~> 1.0" end กำหนดการส่งอีเมลโดยใช้ letter_opener (กรณี Production จะใช้เป็น :smtp) # config/environments/development.rb config.action_mailer.delivery_method
28 Mar, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
28 Mar, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com28/11 ซอยร่วมฤดี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy