วิธีการสร้างเว็บไซต์ด้วย Shopifyใน 6 ขั้นตอน

2 mins read

Published

8 April, 2025

Language

Thai

Written by

Share

วิธีการสร้างเว็บไซต์ด้วย Shopifyใน 6 ขั้นตอน

Shopify คืออะไร?

Shopify คือแพลตฟอร์ม E-Commerce ที่ช่วยให้คุณสามารถสร้างเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการเขียนโค้ด Shopify เหมาะสำหรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ร้านค้าเล็กๆ ไปจนถึงแบรนด์ระดับโลก

ด้วยฟีเจอร์ที่ครบครัน เช่น ระบบชำระเงิน ระบบจัดการสินค้า และเครื่องมือการตลาด ทำให้ Shopify เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการขายของออนไลน์

 

ข้อดีของการใช้ Shopify สร้างเว็บไซต์

  • ใช้งานง่าย – ไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคก็สามารถสร้างเว็บไซต์ได้

  • มีธีมสำเร็จรูป – มี Template สวยๆ ให้เลือก และปรับแต่งได้ง่าย

  • รองรับการชำระเงินหลายช่องทาง – รองรับ บัตรเครดิต, PayPal, และเกตเวย์อื่นๆ

  • มีระบบจัดการสินค้า – สามารถเพิ่ม, ลบ และแก้ไขสินค้าได้สะดวก

  • SEO และการตลาด – มีเครื่องมือช่วยทำ SEO, บล็อก, และโฆษณา

  • รองรับ Mobile-Friendly – เว็บไซต์ที่สร้างบน Shopify แสดงผลได้ดีบนมือถือ

  • มีแอปพลิเคชันเสริม – สามารถติดตั้ง Plugins หรือ Apps เพื่อเพิ่มฟีเจอร์เพิ่มเติม

 

วิธีสร้างเว็บไซต์ด้วย Shopify ใน 6 ขั้นตอน

1. สมัครใช้งาน Shopify

เข้าไปที่ www.shopify.com และคลิก “Start Free Trial”
Shopify มีให้ทดลองใช้ฟรี 3 วัน และหลังจากนั้นคุณสามารถเลือกแพ็คเกจที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ

2. ตั้งค่าร้านค้าออนไลน์

  • ตั้งชื่อร้านค้า (ควรเป็นชื่อที่ จดจำง่ายและสื่อถึงธุรกิจ)

  • ปรับแต่ง โลโก้, คำอธิบายร้านค้า และข้อมูลติดต่อ

  • กำหนด ค่าเงิน, ภาษาที่ใช้ และนโยบายการจัดส่งสินค้า

3. เลือกธีม (Template) และออกแบบเว็บไซต์

Shopify มี ธีมฟรีและธีมพรีเมียม ให้เลือก สามารถเข้าไปดูที่ Shopify Theme Store

  • เลือก ธีมที่เหมาะกับแบรนด์ของคุณ

  • ปรับแต่ง สี, ฟอนต์, และเลย์เอาต์ของหน้าเว็บ

  • เพิ่ม โลโก้และแบนเนอร์ ให้เว็บไซต์ดูน่าเชื่อถือ

4. เพิ่มสินค้าในร้านค้า

ไปที่ Products > Add Product เพื่อเพิ่มสินค้า

  • ใส่ ชื่อสินค้า และ คำอธิบายที่น่าสนใจ

  • อัปโหลด รูปภาพคุณภาพสูง

  • กำหนด ราคา, จำนวนสต็อกสินค้า และตัวเลือกสินค้า (Size, Color ฯลฯ)

  • ตั้งค่า SEO Title และ Meta Description เพื่อช่วยให้ติดอันดับ Google

5. ตั้งค่าการชำระเงินและการจัดส่ง

  • ไปที่ Settings > Payments และเลือก ช่องทางรับชำระเงิน เช่น

    • Shopify Payments

    • PayPal

    • เกตเวย์อื่นๆ (Omise, 2C2P ฯลฯ)

  • ไปที่ Settings > Shipping เพื่อกำหนด ค่าจัดส่งสินค้า (จัดส่งฟรี, คิดตามน้ำหนัก ฯลฯ)

6. เปิดร้านและโปรโมทร้านค้า

  • ทดสอบระบบโดยการสั่งซื้อสินค้าด้วยตัวเอง

  • เชื่อมต่อร้านค้ากับ Facebook, Instagram, และ TikTok

  • ใช้เครื่องมือ Google Analytics และ Facebook Pixel เพื่อติดตามพฤติกรรมลูกค้า

  • ใช้ SEO และโฆษณาออนไลน์ (Facebook Ads, Google Ads) เพื่อเพิ่มยอดขาย

 

Shopify เหมาะกับใคร?

  • เจ้าของธุรกิจที่ต้องการขายของออนไลน์

  • ผู้ที่ต้องการเริ่มต้น E-Commerce แต่ไม่มีความรู้ด้านเว็บไซต์

  • ร้านค้าที่ต้องการขยายตลาดไปยังลูกค้าทั่วโลก

  • นักขาย Dropshipping ที่ต้องการสร้างร้านค้าออนไลน์อย่างรวดเร็ว

ค่าบริการของ Shopify

Shopify มี 3 แพ็คเกจหลัก

  • Basic Shopify – $25/เดือน เหมาะสำหรับร้านค้าขนาดเล็ก

  • Shopify – $65/เดือน มีฟีเจอร์ครบถ้วน

  • Advanced Shopify – $399/เดือน เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่

สรุป:

Shopify เป็นแพลตฟอร์มที่ ใช้งานง่าย สร้างร้านค้าออนไลน์ได้เร็ว และมีเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโต หากคุณต้องการเริ่มขายของออนไลน์ Shopify เป็นตัวเลือกที่ดีที่ช่วยให้คุณ มีเว็บไซต์ที่ดูมืออาชีพและใช้งานได้จริง

Written by
Opal Piyaporn Kijtikhun
Opal Piyaporn Kijtikhun

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
06 May, 2026

by

Preview email ด้วย Letter Opener
Preview email ด้วย Letter Opener
Letter Opener เป็น gem ของ ที่ใช้แสดงรูปแบบของอีเมลที่เราต้องการจะส่ง ก่อนที่จะส่งจริง เพื่อให้ง่ายและไวต่อการทดสอบ Let's Get started... Installation เพิ่ม Gem ใน Gemfile จากนั้นรัน `bundle install` # Gemfile group :development do gem "letter_opener" gem "letter_opener_web", "~> 1.0" end กำหนดการส่งอีเมลโดยใช้ letter_opener (กรณี Production จะใช้เป็น :smtp) # config/environments/development.rb config.action_mailer.delivery_method
06 May, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
06 May, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com999 Gaysorn Centre, Unit 5B-1, 5th Floor, เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy