ธุรกิจที่บริหารได้ดี ไม่ได้ดูแค่งบกำไร แต่รู้ว่าเงินรั่วตรงไหนภายใน 5 นาที

2 mins read

Published

10 February, 2026

Language

Thai

Written by

Share

ธุรกิจที่บริหารได้ดี ไม่ได้ดูแค่งบกำไร แต่รู้ว่าเงินรั่วตรงไหนภายใน 5 นาที

หลายธุรกิจยอดขายโต แต่กำไรกลับไม่ขยับ เพราะมองไม่เห็นว่าเงินไหลออกตรงไหน บทความนี้จะพาคุณเข้าใจว่าเหตุใด “การเห็นภาพการเงินภายใน 5 นาที” คือหัวใจของธุรกิจที่บริหารได้จริง พร้อมตัวอย่างและแนวคิดในการออกแบบระบบให้ช่วยตัดสินใจ ไม่ใช่แค่เก็บข้อมูล

ทำไม “รู้ว่าเงินหายตรงไหน” ถึงสำคัญกว่ายอดขาย

หลายองค์กรโฟกัสกับการเพิ่มรายได้  แต่ลืมไปว่า ถ้าโครงสร้างต้นทุนไม่ชัด
ยิ่งขายมาก…อาจยิ่งเหนื่อยมากโดยไม่รู้ตัว

ปัญหาที่พบได้บ่อย เช่น

  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มทุกเดือน แต่ไม่มีใครตอบได้ว่าเพิ่มเพราะอะไร

  • โปรเจกต์บางตัวใช้ทรัพยากรมหาศาล แต่ไม่เคยทำกำไร

  • ทีมทำงานหนัก แต่ผลลัพธ์ทางธุรกิจไม่สะท้อนกลับมา

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะ  ไม่มีใครเห็นภาพรวมของ “เงิน” แบบทันเวลา

ทำไมหลายธุรกิจถึง “มองไม่เห็น” เงินที่หายไป

1. ข้อมูลกระจัดกระจายเกินไป

การเงินอยู่ไฟล์หนึ่ง
การขายอยู่อีกระบบ
การทำงานของทีมอยู่อีกเครื่องมือ

สุดท้าย…ไม่มีใครเชื่อมโยงมันเข้าด้วยกันได้

 

2. รายงานถูกสร้างมาเพื่อ “เก็บ” ไม่ใช่ “คิด”

รายงานจำนวนมากถูกออกแบบมาเพื่อบันทึกข้อมูล
แต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยตั้งคำถามหรือหาคำตอบ

 

3. รู้ตัวช้าเกินไป

หลายธุรกิจรู้ว่าเงินหาย
ตอนที่มัน “หายไปแล้ว”

 

ธุรกิจที่เห็นเงินรั่วเร็ว เขาทำอะไรต่างออกไป

ธุรกิจที่บริหารได้ดี ไม่ได้มีระบบที่ซับซ้อนกว่า แต่มีระบบที่ ชัดกว่า

สิ่งที่มักพบในองค์กรเหล่านี้คือ

  • Dashboard ที่เห็นรายได้และค่าใช้จ่ายแบบ Real-time

  • ต้นทุนถูกแยกตามโปรเจกต์ ทีม หรือลูกค้า

  • เห็นความผิดปกติได้ทันที ไม่ต้องรอรายงานสิ้นเดือน

  • ผู้บริหารเปิดดูแล้ว “เข้าใจเลย” ไม่ต้องแปลตัวเลข

 

ตัวอย่างจริง: ธุรกิจบริการที่ไม่รู้ว่า "เวลา = เงินที่หาย"

ลูกค้ารายหนึ่งของ Senna Labs เป็นธุรกิจบริการ B2B ที่โตเร็ว แต่กำไรไม่ขึ้นตาม
เราช่วยเขาออกแบบ Dashboard ที่แสดง “เวลาทำงานของทีม” เทียบกับ “รายได้ต่อโปรเจกต์”

แค่ 2 สัปดาห์หลังใช้ระบบ:

  • เขาพบว่า 2 โปรเจกต์ที่ทำให้ลูกค้าใหญ่ที่สุด กินเวลา dev team ถึง 60% แต่สร้างรายได้แค่ 25%

  • มีงานที่ลูกค้าเปลี่ยน requirement บ่อย จนทีมต้อง rework ซ้ำ ๆ โดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม

หลังจากนั้น:

  • ปรับวิธีคิดค่าบริการเป็น Fixed + Variable ตาม Effort

  • ตั้ง Alert ถ้างานไหนใช้เวลาผิดปกติ

ผลคือ รายได้ต่อเวลาทำงานเพิ่มขึ้นทันทีในไตรมาสต่อมา

 

ถ้าอยากรู้ว่าเงินหายตรงไหน ควรเริ่มจากอะไร

ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากระบบราคาแพง แต่ควรเริ่มจากคำถามที่ถูกต้อง

  • วันนี้ ผู้บริหารอยากรู้ตัวเลขอะไรที่สุด?

  • ถ้าตัวเลขนี้เปลี่ยน ต้องรู้ภายในกี่นาที?

  • ใครคือคนที่ใช้ข้อมูลนี้ตัดสินใจจริง ๆ?

จากนั้นค่อยออกแบบระบบให้ตอบคำถามเหล่านี้  ไม่ใช่เอาระบบมาก่อน แล้วค่อยหาว่าจะดูอะไร

 

สรุป: 

  • เงินมาจากไหน

  • เงินหายตรงไหน

  • และควรหยุดมันอย่างไร

ถ้าคุณยังต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะรู้ว่าเงินหาย ปัญหาอาจไม่ใช่การเงิน แต่คือ “ระบบที่ยังไม่ถูกออกแบบมาเพื่อธุรกิจของคุณจริง ๆ

Written by
Opal Piyaporn Kijtikhun
Opal Piyaporn Kijtikhun

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
10 Feb, 2026

by

Preview email ด้วย Letter Opener
Preview email ด้วย Letter Opener
Letter Opener เป็น gem ของ ที่ใช้แสดงรูปแบบของอีเมลที่เราต้องการจะส่ง ก่อนที่จะส่งจริง เพื่อให้ง่ายและไวต่อการทดสอบ Let's Get started... Installation เพิ่ม Gem ใน Gemfile จากนั้นรัน `bundle install` # Gemfile group :development do gem "letter_opener" gem "letter_opener_web", "~> 1.0" end กำหนดการส่งอีเมลโดยใช้ letter_opener (กรณี Production จะใช้เป็น :smtp) # config/environments/development.rb config.action_mailer.delivery_method
10 Feb, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
10 Feb, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com28/11 ซอยร่วมฤดี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy