UX/UI เว็บไซต์สุขภาพ: การจองคิวแพทย์และค้นหาข้อมูลที่ใครๆ ก็ทำได้ง่ายขึ้น

2 mins read

Published

22 April, 2025

Language

Thai

Written by

Share

UX/UI เว็บไซต์สุขภาพ: การจองคิวแพทย์และค้นหาข้อมูลที่ใครๆ ก็ทำได้ง่ายขึ้น

เว็บไซต์ด้านสุขภาพและการแพทย์มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ จองคิวนัดหมายแพทย์ และรับบริการด้านสุขภาพได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม หลายเว็บไซต์ของโรงพยาบาลและคลินิกมักมีโครงสร้างซับซ้อน ใช้งานยาก และไม่เป็นมิตรกับผู้ใช้ ทำให้ผู้ป่วยหรือญาติที่ต้องการใช้บริการพบปัญหาในการค้นหาข้อมูลและทำรายการสำคัญ

การออกแบบ UX/UI ที่ดี สามารถช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น ลดความซับซ้อนในการนัดหมาย และช่วยให้เข้าถึงข้อมูลทางสุขภาพได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะวิเคราะห์ แนวทางการออกแบบ UX/UI สำหรับเว็บไซต์ด้านสุขภาพและการแพทย์ ผ่านกรณีศึกษาของ เว็บไซต์โรงพยาบาลที่พัฒนาระบบนัดหมายออนไลน์ให้สะดวกขึ้น

กรณีศึกษา: เว็บไซต์โรงพยาบาลที่ช่วยให้ผู้ใช้จองคิวนัดหมายแพทย์ได้สะดวกขึ้น

โรงพยาบาลแห่งหนึ่งพบว่า

  • ผู้ป่วยใช้เวลานานในการจองคิวนัดหมายแพทย์ผ่านเว็บไซต์

  • การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับแพทย์และแผนกต่างๆ ทำได้ยาก

  • ผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่ถนัดเทคโนโลยีไม่สามารถใช้บริการได้สะดวก

หลังจากทำการปรับปรุง UX/UI เว็บไซต์สามารถ

  • ลดระยะเวลาการจองคิวจาก 10 นาที เหลือเพียง 3 นาที

  • เพิ่มอัตราการนัดหมายออนไลน์ขึ้น 50%

  • ลดจำนวนสายโทรศัพท์เข้าสู่โรงพยาบาลลง 30%

 

การใช้ Chatbot และระบบช่วยเหลืออัตโนมัติ

ปัญหาที่พบ

  • ผู้ใช้มักมีคำถามเกี่ยวกับบริการ เช่น เวลาเปิด-ปิด วิธีนัดหมาย และขั้นตอนการรับบริการ

  • ต้องรอคิวนานเพื่อสอบถามข้อมูลผ่าน Call Center

  • ไม่มีระบบตอบคำถามอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้ต้องค้นหาข้อมูลเอง

แนวทางการปรับปรุง UX/UI

  • เพิ่ม Chatbot ที่สามารถตอบคำถามอัตโนมัติ 24/7

    • รองรับคำถามทั่วไป เช่น “ฉันสามารถนัดหมายแพทย์ได้อย่างไร” หรือ “เวลาเปิด-ปิดของแผนกอายุรกรรมคือกี่โมง”

    • ให้ผู้ใช้สามารถจองคิวผ่าน Chatbot ได้โดยตรง

  • ใช้ AI เพื่อช่วยแนะนำบริการที่เหมาะสมกับอาการของผู้ป่วย

    • เช่น ถ้าผู้ใช้พิมพ์ว่า “ฉันมีอาการปวดท้อง” ระบบจะแนะนำให้พบแพทย์เฉพาะทางที่เหมาะสม

  • สร้างระบบ Live Chat ที่ให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือแบบเรียลไทม์

    • กรณีที่ Chatbot ไม่สามารถตอบคำถามได้ ระบบจะเชื่อมต่อไปยังเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล

ผลลัพธ์: ผู้ใช้สามารถรับข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว ลดภาระของเจ้าหน้าที่ และทำให้การจองคิวมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

การออกแบบ UX ให้กระบวนการค้นหาข้อมูลโรคและแพทย์เป็นเรื่องง่าย

ปัญหาที่พบ

  • ผู้ใช้ต้องใช้เวลานานในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่ต้องการรักษา

  • ไม่มีระบบค้นหาชื่อแพทย์และแผนกเฉพาะทางที่ใช้งานง่าย

  • ไม่มีการจัดหมวดหมู่ข้อมูลที่ชัดเจน

แนวทางการปรับปรุง UX/UI

  • เพิ่มระบบค้นหาแบบอัจฉริยะ (Smart Search)

    • ให้ผู้ใช้สามารถพิมพ์ชื่อโรคหรืออาการ เช่น “ปวดศีรษะ” และระบบจะแนะนำแผนกที่เกี่ยวข้องและแพทย์เฉพาะทางที่สามารถให้การรักษาได้

  • ออกแบบหมวดหมู่ที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย

    • แบ่งหมวดหมู่เช่น

      • ค้นหาตามอาการ เช่น ปวดหัว, ไข้สูง, ปวดท้อง

      • ค้นหาตามแพทย์เฉพาะทาง เช่น อายุรแพทย์, ศัลยแพทย์, จักษุแพทย์

  • เพิ่มหน้า "แพทย์แนะนำ" พร้อมข้อมูลประวัติของแพทย์

    • แสดงรายละเอียดของแพทย์ เช่น ความเชี่ยวชาญ เวลาทำการ และรีวิวจากผู้ป่วย

ผลลัพธ์: ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้เร็วขึ้น ลดเวลาการหาข้อมูลและเพิ่มความสะดวกในการเลือกแพทย์ที่ต้องการนัดหมาย

 

การพัฒนา UI ให้เหมาะกับผู้สูงอายุและคนที่ไม่ถนัดเทคโนโลยี

ปัญหาที่พบ

  • เว็บไซต์มีตัวอักษรขนาดเล็กและอ่านยาก

  • ปุ่มและเมนูใช้งานยากสำหรับผู้ที่มีสายตาไม่ดี

  • กระบวนการนัดหมายมีหลายขั้นตอนเกินไป

แนวทางการปรับปรุง UX/UI

  • ใช้ UI ที่เรียบง่ายและเน้นความชัดเจน

    • ใช้ Font ขนาด 18px ขึ้นไป สำหรับเนื้อหาหลัก

    • ใช้ปุ่มที่มีขนาดใหญ่พอสำหรับการกดบนหน้าจอสัมผัส

  • ออกแบบระบบ High Contrast Mode และ Text Resizing

    • ให้ผู้ใช้สามารถปรับขนาดตัวอักษรและเพิ่มความคมชัดของสีได้

  • ลดขั้นตอนการนัดหมายให้สั้นลง

    • ใช้ One-Click Booking โดยให้ผู้ใช้เลือกแพทย์ วันที่ และเวลากดเพียง 1-2 ครั้ง

  • เพิ่มไอคอนและภาพประกอบช่วยนำทาง

    • ใช้ไอคอนที่เข้าใจง่าย เช่น สัญลักษณ์โทรศัพท์สำหรับ Call Center หรือปฏิทินสำหรับการนัดหมาย

ผลลัพธ์: ผู้สูงอายุสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น ลดความซับซ้อนและทำให้การนัดหมายเป็นเรื่องสะดวก

 

สรุปผลการปรับปรุง UX/UI และผลลัพธ์ที่ได้

หลังจากทำการปรับปรุง UX/UI เว็บไซต์โรงพยาบาลสามารถ

  • ลดระยะเวลาการจองคิวจาก 10 นาที เหลือเพียง 3 นาที

  • เพิ่มอัตราการนัดหมายออนไลน์ขึ้น 50%

  • ลดจำนวนสายโทรศัพท์เข้าสู่โรงพยาบาลลง 30%

แนวทางสำคัญในการออกแบบ UX/UI สำหรับเว็บไซต์ด้านสุขภาพ

  1. ใช้ Chatbot และระบบช่วยเหลืออัตโนมัติ เพื่อช่วยตอบคำถามและลดภาระของเจ้าหน้าที่

  2. พัฒนาระบบค้นหาข้อมูลโรคและแพทย์ให้ใช้งานง่าย ลดเวลาในการค้นหาข้อมูล

  3. ออกแบบ UI ให้เหมาะกับผู้สูงอายุและคนที่ไม่ถนัดเทคโนโลยี โดยใช้ฟอนต์ขนาดใหญ่ ปุ่มที่กดง่าย และเมนูที่เข้าใจง่าย

เว็บไซต์ด้านสุขภาพที่ออกแบบ UX/UI อย่างถูกต้อง จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวกขึ้น ลดความซับซ้อนของกระบวนการ และทำให้การรักษาพยาบาลเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับทุกคน

Written by
Chu Chawit Supanichpol
Chu Chawit Supanichpol

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
21 May, 2026

by

Preview email ด้วย Letter Opener
Preview email ด้วย Letter Opener
Letter Opener เป็น gem ของ ที่ใช้แสดงรูปแบบของอีเมลที่เราต้องการจะส่ง ก่อนที่จะส่งจริง เพื่อให้ง่ายและไวต่อการทดสอบ Let's Get started... Installation เพิ่ม Gem ใน Gemfile จากนั้นรัน `bundle install` # Gemfile group :development do gem "letter_opener" gem "letter_opener_web", "~> 1.0" end กำหนดการส่งอีเมลโดยใช้ letter_opener (กรณี Production จะใช้เป็น :smtp) # config/environments/development.rb config.action_mailer.delivery_method
21 May, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
21 May, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com999 Gaysorn Centre, Unit 5B-1 (523), 5th Floor, Phloen Chit Road, Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy