Order Tracking: การติดตามคำสั่งซื้อ ตั้งแต่กำลังดำเนินการจนถึงจัดส่งถึงมือ

Published

9 June, 2025

Language

Thai

Written by

Share

Order Tracking: การติดตามคำสั่งซื้อ ตั้งแต่กำลังดำเนินการจนถึงจัดส่งถึงมือ

Order Tracking หรือ ระบบติดตามคำสั่งซื้อ เป็นฟีเจอร์สำคัญใน แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และ บริการขนส่งสินค้า ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ ติดตามสถานะคำสั่งซื้อของตนเองได้แบบเรียลไทม์ ตั้งแต่ขั้นตอนที่ร้านค้ากำลังเตรียมสินค้าไปจนถึงการส่งมอบถึงปลายทาง

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่มีระบบ Order Tracking ดีเยี่ยม:

  • Shopee & Lazada – อัปเดตสถานะคำสั่งซื้อครบทุกขั้นตอน พร้อมหมายเลขติดตามพัสดุ

 

  • Amazon – ระบบติดตามสถานะพัสดุแบบละเอียด พร้อมแผนที่แสดงตำแหน่งการจัดส่ง
    AMAZON เครื่องมือติดตามสถานะสินค้า | ติดตามสถานะสินค้า | Ship24

 

  • GrabExpress & LINE MAN – ติดตามตำแหน่งคนขับแบบเรียลไทม์
    LINE MAN x Wongnai

ในบทความนี้ เราจะอธิบายความสำคัญของ Order Tracking พร้อมตัวอย่างจากแพลตฟอร์มชื่อดัง เพื่อทำให้เข้าใจว่าระบบนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจและประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้อย่างไร

 

Order Tracking คืออะไร?

Order Tracking คือ ระบบที่แสดงสถานะการดำเนินการของคำสั่งซื้อสินค้า ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า เช่น

  • สถานะ: กำลังเตรียมสินค้า (Processing)

  • สถานะ: กำลังส่งออก (Shipped)

  • สถานะ: อยู่ระหว่างการจัดส่ง (Out for delivery)

  • สถานะ: ส่งสำเร็จ (Delivered)

ตัวอย่างการทำงานจริง:

  • สั่งซื้อมือถือจาก Shopee → ระบบแจ้งว่า “ร้านค้ากำลังแพ็กสินค้า” → “สินค้าถูกส่งออกแล้ว” → “กำลังนำส่ง” → “จัดส่งสำเร็จ”

 

ขั้นตอนพื้นฐานของ Order Tracking

1. Order Confirmed (ยืนยันคำสั่งซื้อแล้ว)

  • ระบบยืนยันว่าคำสั่งซื้อได้รับแล้ว และกำลังเตรียมสินค้า

ตัวอย่าง: Lazada ส่งอีเมลยืนยันออร์เดอร์พร้อมเลขอ้างอิง

 

 

2. Processing (กำลังดำเนินการ/แพ็กสินค้า)

  • ร้านค้ากำลังเตรียมสินค้าสำหรับการจัดส่ง

ตัวอย่าง: Shopee แสดงว่า “ร้านค้ากำลังจัดเตรียมสินค้า” ในหน้ารายการสั่งซื้อ

ใน Shopee ขึ้นว่าผู้ส่งจัดเตรียมสินค้าเเล้วกำลังรอบริษัทขนส่งเข้ารับพัสดุหมายถึง?  - Pantip

 

 

3. Shipped (ส่งสินค้าออกจากคลังแล้ว)

  • สินค้าถูกส่งต่อให้บริษัทขนส่งเรียบร้อยแล้ว

ตัวอย่าง: Amazon ส่งอีเมลแจ้งเตือนพร้อมหมายเลขติดตาม (Tracking Number)

 

 

4. Out for Delivery (กำลังนำส่ง)

  • สินค้ากำลังถูกขนส่งโดยพนักงานจัดส่ง และกำลังไปถึงลูกค้า

ตัวอย่าง: GrabExpress ให้ผู้ใช้ดูตำแหน่งของคนขับแบบเรียลไทม์ผ่านแอป

รีวิว GrabExpress อัปเกรดร้านค้าให้ส่งด่วนใน 40 นาที* ตามได้แบบ Real-time  เริ่มแค่ ฿40

 

5. Delivered (ส่งมอบสำเร็จ)

  • สินค้าถูกส่งถึงปลายทางแล้ว พร้อมมีลายเซ็นหรือตัวบันทึกยืนยันการรับสินค้า

ตัวอย่าง: Shopee แสดงสถานะ “จัดส่งสำเร็จ” และขอให้ลูกค้ารีวิวสินค้า

Shopeeขึ้นว่าพัสดุส่งเรียบร้อยเเล้วเเต่ยังไม่เห็นมีของมา - Pantip

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่มี Order Tracking ดีเยี่ยม

 

ข้อดีของการมีระบบ Order Tracking ที่ดี

  1. เพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า

    • ลูกค้ารู้ว่าสินค้าของตนอยู่ที่ไหนและจะมาถึงเมื่อไหร่

  2. ลดปริมาณคำถามหรือติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า

    • ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะเองได้ ลดภาระฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์

  3. ช่วยสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงาน

    • ระบบติดตามที่แม่นยำช่วยให้ลูกค้ารู้สึกไว้วางใจในแพลตฟอร์ม

  4. เพิ่มโอกาสให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

    • ประสบการณ์ที่ดีจากการติดตามสินค้าทำให้ลูกค้าพอใจและกลับมาซื้อซ้ำในอนาคต

องค์ประกอบของระบบ Order Tracking ที่ดี

  • การแจ้งเตือนแบบ Real-Time: ส่งอีเมลหรือ Push Notification เมื่อสถานะเปลี่ยน

  • หมายเลขติดตามที่ใช้งานง่าย: สามารถคลิกดูสถานะจากผู้ให้บริการขนส่งได้ทันที

  • แผนที่ติดตาม (Live Tracking Map): ดูตำแหน่งสินค้าแบบเรียลไทม์ (เช่น GrabExpress)

  • สถานะการจัดส่งที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย: ไม่ใช้ภาษาทางเทคนิคเกินไป

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Order Tracking

1. ทำไมสถานะคำสั่งซื้อไม่อัปเดต?

คำตอบ:

  • อาจเกิดจากร้านค้าหรือบริษัทขนส่งยังไม่ได้อัปเดตข้อมูลในระบบ

2. หมายเลขติดตาม (Tracking Number) ใช้งานอย่างไร?

คำตอบ:

  • กรอกหมายเลขติดตามในเว็บไซต์ของบริษัทขนส่งเพื่อดูตำแหน่งพัสดุ เช่น Kerry, Flash Express

3. จะทำอย่างไรถ้าสถานะ “จัดส่งสำเร็จ” แต่ยังไม่ได้รับสินค้า?

คำตอบ:

  • ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของแพลตฟอร์มทันที เช่น Shopee หรือ Lazada เพื่อทำเรื่องสอบสวน

 

สรุป

Order Tracking เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ลูกค้ารู้ว่าคำสั่งซื้อของตนอยู่ที่ขั้นตอนใดตั้งแต่ Processing จนถึง Delivery ตัวอย่างจาก Shopee, Lazada, Amazon, GrabExpress และ LINE MAN แสดงให้เห็นว่าการมีระบบติดตามคำสั่งซื้อที่ดีช่วยสร้างความมั่นใจ เพิ่มความพึงพอใจ และเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแพลตฟอร์มอย่างมาก

Written by
Nut Arnat Bendusoh
Nut Arnat Bendusoh

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
31 May, 2026

by

Preview email ด้วย Letter Opener
Preview email ด้วย Letter Opener
Letter Opener เป็น gem ของ ที่ใช้แสดงรูปแบบของอีเมลที่เราต้องการจะส่ง ก่อนที่จะส่งจริง เพื่อให้ง่ายและไวต่อการทดสอบ Let's Get started... Installation เพิ่ม Gem ใน Gemfile จากนั้นรัน `bundle install` # Gemfile group :development do gem "letter_opener" gem "letter_opener_web", "~> 1.0" end กำหนดการส่งอีเมลโดยใช้ letter_opener (กรณี Production จะใช้เป็น :smtp) # config/environments/development.rb config.action_mailer.delivery_method
31 May, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
31 May, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com999 Gaysorn Centre, Unit 5B-1 (523), 5th Floor, Phloen Chit Road, Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy