การไม่มีระบบ = ธุรกิจโตได้แค่เท่าความสามารถของเจ้าของ

2 mins read

Published

3 February, 2026

Language

Thai

Written by

Share

การไม่มีระบบ = ธุรกิจโตได้แค่เท่าความสามารถของเจ้าของ

เจ้าของเก่ง ตัดสินใจเร็ว แก้ปัญหาได้เกือบทุกเรื่อง ช่วงแรก ธุรกิจจึงโตเร็ว เพราะทุกอย่างวิ่งผ่าน “คนเดียว”

แต่เมื่อธุรกิจเริ่มใหญ่ขึ้น คำถามสำคัญไม่ใช่ “เจ้าของเก่งแค่ไหน” 

แต่คือ  ถ้าเจ้าของไม่อยู่ ธุรกิจยังเดินต่อได้หรือไม่?

 

 

ธุรกิจที่ไม่มีระบบ จะติดเพดานโดยไม่รู้ตัว

ในหลายองค์กร เจ้าของคือ

  • คนตัดสินใจ

  • คนคุมคุณภาพ

  • คนแก้ปัญหาสุดท้าย

  • คนที่ทุกคนต้องถาม

ผลลัพธ์คือ

  • งานคอขวดอยู่ที่เจ้าของ

  • การตัดสินใจช้าลงเมื่อธุรกิจโต

  • ทีมทำงานได้แค่ “รอคำตอบ”

ไม่ใช่เพราะทีมไม่เก่ง แต่เพราะ ระบบไม่เปิดทางให้ทีมเก่งได้

 

ระบบ คือสิ่งที่ทำให้ “ความเก่ง” ขยายตัวได้

1. ระบบเปลี่ยนความสามารถส่วนตัว → ความสามารถขององค์กร

คนเก่งหนึ่งคน ทำงานได้ 8–10 ชั่วโมงต่อวัน แต่ระบบที่ดี ทำให้ความรู้ การตัดสินใจ และวิธีทำงาน ถูกใช้ซ้ำได้ทั้งองค์กร

ธุรกิจจึงไม่โตตามเวลาของเจ้าของ แต่โตตาม โครงสร้างที่วางไว้

 

2. ระบบทำให้การตัดสินใจไม่ต้องผ่านเจ้าของทุกเรื่อง

เมื่อมี

  • ข้อมูลชัด

  • กติกาชัด

  • กระบวนการชัด

ทีมสามารถตัดสินใจได้เอง ในกรอบที่เจ้าของวางไว้
เจ้าของไม่ต้อง “ควบคุมทุกจุด” แต่ยัง ควบคุมทิศทางได้ทั้งหมด

 

3. ระบบเปิดทางให้ธุรกิจโตแบบไม่เปราะบาง

ธุรกิจที่พึ่งเจ้าของมาก จะโตแบบเสี่ยง

  • เจ้าของเหนื่อย → ธุรกิจชะลอ

  • เจ้าของไม่ว่าง → งานติด

  • เจ้าของหายไป → ทุกอย่างหยุด

ระบบที่ดี ทำให้ธุรกิจ ไม่ผูกชีวิตไว้กับคนเดียว

 

แล้วระบบที่ธุรกิจควรมี คือระบบแบบไหน?

1. ระบบที่ทำให้เห็นความจริง ไม่ใช่ต้องเดา

ตัวเลขต้องตอบคำถามได้ทันที ไม่ต้องรอรายงาน ไม่ต้องรอถามใคร

 

2. ระบบที่ทำให้ทีมทำงานแทนเจ้าของได้

ไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่ง แต่เข้าใจว่า ทำไปเพื่ออะไร และตัดสินใจต่อได้เอง

 

3. ระบบที่รองรับการเติบโต ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาวันนี้

ถ้าธุรกิจโต 2 เท่า ระบบยังต้องทำงานได้ โดยไม่ต้องเพิ่มความเหนื่อย 2 เท่า

 

สรุป

การสร้างระบบ ไม่ใช่การลดบทบาทของเจ้าของ
แต่คือการ ปลดล็อกศักยภาพของธุรกิจ ให้โตได้มากกว่าเวลาชีวิตของคนคนเดียว

เพราะสุดท้ายแล้ว ธุรกิจที่ยั่งยืน ไม่ใช่ธุรกิจที่เจ้าของเก่งที่สุด

แต่คือธุรกิจที่ เจ้าของ “ไม่จำเป็นต้องเก่งทุกเรื่อง” อีกต่อไป



Written by
Opal Piyaporn Kijtikhun
Opal Piyaporn Kijtikhun

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
03 Feb, 2026

by

Preview email ด้วย Letter Opener
Preview email ด้วย Letter Opener
Letter Opener เป็น gem ของ ที่ใช้แสดงรูปแบบของอีเมลที่เราต้องการจะส่ง ก่อนที่จะส่งจริง เพื่อให้ง่ายและไวต่อการทดสอบ Let's Get started... Installation เพิ่ม Gem ใน Gemfile จากนั้นรัน `bundle install` # Gemfile group :development do gem "letter_opener" gem "letter_opener_web", "~> 1.0" end กำหนดการส่งอีเมลโดยใช้ letter_opener (กรณี Production จะใช้เป็น :smtp) # config/environments/development.rb config.action_mailer.delivery_method
03 Feb, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
03 Feb, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com28/11 Soi Ruamrudee, Lumphini, Pathumwan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy