จะรู้ได้ยังไงว่าลูกค้าค้นหาอะไรในเว็บไซต์? พร้อมตัวอย่างแพลตฟอร์มใช้งานฟรี!

2 mins read

Published

20 February, 2026

Language

Thai

Written by

Share

จะรู้ได้ยังไงว่าลูกค้าค้นหาอะไรในเว็บไซต์? พร้อมตัวอย่างแพลตฟอร์มใช้งานฟรี!

Search Analytics คือฟีเจอร์ที่ช่วยวิเคราะห์ว่า “ผู้ใช้พิมพ์คำว่าอะไรในระบบค้นหาของเว็บไซต์” เพื่อให้แบรนด์หรือทีมคอนเทนต์เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ระบบนี้จะช่วยให้คุณรู้ว่าอะไร "ถูกค้นบ่อย", "หาแล้วไม่เจอ", และ "มีโอกาสขายหรือเขียนเพิ่มได้"  ช่วยเพิ่ม Conversion และวางกลยุทธ์คอนเทนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Search Analytics คืออะไร?

คือ เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลการค้นหาบนเว็บไซต์ที่ช่วยบอกว่า “คำไหน” ถูกค้นบ่อยที่สุด, “คำไหน” ไม่มีผลลัพธ์ และ “คำไหน” สร้างยอดคลิกหรือยอดขายได้จริง ช่วยให้การวางแผนคอนเทนต์และสินค้าแม่นยำยิ่งขึ้น

 

ฟีเจอร์หลักที่มักพบในระบบ Search Analytics:

  • Top Search Terms: คำค้นยอดนิยม

 

  • No-result Keywords: คำที่ไม่มีผลลัพธ์

 

  • CTR per Search: อัตราการคลิกต่อคำค้น

 

  • Search Funnel: พฤติกรรมจากค้นหาถึง Conversion

 

 

 

 

 

องค์ประกอบสำคัญของระบบ Search Analytics

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่ใช้ Search Analytics อย่างมีประสิทธิภาพ

  • Google Analytics 4 – ใช้งานฟรี ดูพฤติกรรมผู้ใช้ + คำค้นแบบ Aggregated

 

  • Algolia – ระบบค้นหาที่มีแดชบอร์ดแสดง Top Keywords และ No Result แบบเรียลไทม์

Reviewing Analytics for Actionable Insights | Algolia

 

  • Shopify – มี Analytics Dashboard สำหรับคำค้นในร้านค้า

 

  • ElasticSearch + Kibana – แสดงผล Visualization แบบละเอียด เหมาะกับเว็บใหญ่

How To Use Elasticsearch and Kibana to Visualize Data | by Kirill Goltsman  | Qbox Search as a Service | Medium

 

Search Analytics เหมาะกับใคร?

  • ธุรกิจ E-Commerce ที่มีสินค้าหลากหลาย

  • ทีม Content ที่อยากรู้ว่าควรเขียนหัวข้อไหนต่อ

  • ผู้ดูแลระบบค้นหาหรือ CMS ที่ต้องการเพิ่ม Conversion

  • นักการตลาดที่ต้องการข้อมูล Insights สำหรับทำแคมเปญ

 

ข้อดีของการมี Search Analytics บนแพลตฟอร์ม

  • รู้จริงว่าลูกค้าต้องการอะไร ไม่ใช่แค่ "คาดเดา"

  • เติมสินค้าหรือหัวข้อบทความที่ขาดหาย

  • ลด Bounce Rate และเพิ่มเวลาใช้งาน

  • วัดประสิทธิภาพของการแสดงผลค้นหา (Search UX)

  • ต่อยอดการทำ SEO และการตลาดคอนเทนต์แบบ Data-driven

 

ราคา / เปรียบเทียบระบบ Search Analytics

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Search Analytics

1. ต่างจาก SEO Analytics ยังไง?

คำตอบ:
Search Analytics → วิเคราะห์สิ่งที่คนค้น "ภายในเว็บไซต์"
SEO Analytics → วิเคราะห์สิ่งที่คนค้น "จาก Google" แล้วเข้ามา

 

2. ต้องเชื่อมต่อกับระบบ Search Engine แบบพิเศษไหม?

คำตอบ:
บางแพลตฟอร์มมีฟีเจอร์ในตัว เช่น Shopify, Webflow
แต่ถ้าใช้ระบบค้นหาขั้นสูง เช่น Algolia หรือ Elasticsearch จะได้ข้อมูลแบบเรียลไทม์และแม่นยำมากกว่า

 

3. ใช้เวลาแค่ไหนถึงจะเห็นข้อมูลที่ชัดเจน?

คำตอบ:
ภายใน 1–2 สัปดาห์ก็เริ่มเห็นเทรนด์คำค้นชัดเจน โดยเฉพาะถ้ามีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก

 

สรุป

Search Analytics คือหัวใจของการทำเว็บไซต์แบบ “เข้าใจผู้ใช้จริง” เพราะมันบอกให้รู้ว่าผู้ใช้ต้องการหาอะไร, ไม่พบอะไร และอะไรทำให้เกิดยอดขายหรือการคลิก

ตัวอย่างจาก Shopify, Algolia และ GA4 แสดงให้เห็นว่าการติดตามคำค้นนั้นไม่ได้มีไว้แค่ "ดูยอด" แต่เป็นจุดเริ่มต้นของ คอนเทนต์คุณภาพ, UX ที่ดี และยอดขายที่เพิ่มขึ้น

Written by
Fayelyn Nantasuda Kuntieng
Fayelyn Nantasuda Kuntieng

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
21 Feb, 2026

by

Preview email ด้วย Letter Opener
Preview email ด้วย Letter Opener
Letter Opener เป็น gem ของ ที่ใช้แสดงรูปแบบของอีเมลที่เราต้องการจะส่ง ก่อนที่จะส่งจริง เพื่อให้ง่ายและไวต่อการทดสอบ Let's Get started... Installation เพิ่ม Gem ใน Gemfile จากนั้นรัน `bundle install` # Gemfile group :development do gem "letter_opener" gem "letter_opener_web", "~> 1.0" end กำหนดการส่งอีเมลโดยใช้ letter_opener (กรณี Production จะใช้เป็น :smtp) # config/environments/development.rb config.action_mailer.delivery_method
21 Feb, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
21 Feb, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com28/11 Soi Ruamrudee, Lumphini, Pathumwan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy