ใช้ Meta Tags ให้เหมาะกับ Social Media (Open Graph + Twitter Cards)

2 mins read

Published

29 May, 2025

Language

Thai

Written by

Share

ใช้ Meta Tags ให้เหมาะกับ Social Media (Open Graph + Twitter Cards)

ถ้าคุณเคยแชร์ลิงก์บน Facebook แล้วพบว่า ภาพไม่ขึ้น, หัวข้อไม่ตรง, หรือ ไม่มีคำอธิบาย เลย นั่นคือผลจากการที่เว็บไซต์ ไม่ได้ตั้งค่า Meta Tags สำหรับ Social Media อย่างถูกต้อง

การใช้ Open Graph (OG) และ Twitter Cards อย่างถูกวิธี จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณ ดูดี น่าเชื่อถือ และดึงดูดให้คลิกมากขึ้น เมื่อถูกแชร์บนโซเชียลมีเดีย

 

Open Graph คืออะไร?

Open Graph (OG) เป็นชุด Meta Tags ที่พัฒนาโดย Facebook เพื่อควบคุมการแสดงผลของเนื้อหาเมื่อถูกแชร์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Facebook, LINE, LinkedIn

แท็กสำคัญของ OG:

  • og:title – ชื่อเรื่อง

  • og:description – คำอธิบาย

  • og:image – รูปภาพหลัก

  • og:url – URL ที่ต้องการให้เชื่อมโยง

 

Twitter Cards คืออะไร?

Twitter Cards มีฟังก์ชันคล้าย OG แต่ใช้ควบคุมหน้าตาของลิงก์เมื่อแชร์บน Twitter โดยมีหลายประเภท เช่น Summary Card, Summary with Large Image, Player Card ฯลฯ

แท็กสำคัญของ Twitter Cards:

  • twitter:title – ชื่อเรื่อง

  • twitter:description – คำอธิบาย

  • twitter:image – รูปภาพ

  • twitter:card – ประเภทของการแสดงผล เช่น summary_large_image

ทำไมควรใส่ Meta Tags เหล่านี้?

  • ทำให้โพสต์ของคุณดู “โปร” และน่าเชื่อถือ

  • ควบคุมรูปและข้อความ ไม่ต้องพึ่งระบบดึงข้อมูลอัตโนมัติของแพลตฟอร์ม (ซึ่งมักไม่แม่นยำ)

  • เพิ่มโอกาสที่ผู้ใช้งานจะคลิกหรือแชร์ต่อ

  • ช่วยเสริม Branding และลด Bounce Rate จากผู้ใช้งานที่ “เข้าใจผิด” จากภาพหรือคำอธิบายที่ไม่ตรงกับเนื้อหา

ตัวอย่างที่ดี

เมื่อแชร์บทความบน Facebook แล้วปรากฏว่า:

  • มีภาพขนาดใหญ่ตรงหัวเรื่อง

  • มีหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น “5 วิธีดูแลสุขภาพง่าย ๆ ในหน้าร้อน”

  • คำอธิบายชัดเจน เช่น “บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีป้องกันโรคลมแดด และปรับพฤติกรรมง่าย ๆ ได้ทันที”

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ด้วย Meta Tags ที่ถูกต้อง

 

กรณีศึกษา: Amarin Group

Amarin Group เป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ระดับแนวหน้าของไทย ซึ่งมีการแชร์บทความผ่าน Facebook และ LINE อย่างต่อเนื่อง แต่ก่อนหน้านี้ทีม Content พบว่า:

  • เมื่อแชร์บทความ รูปไม่แสดง หรือแสดงภาพผิด

  • หัวข้อไม่มีความน่าสนใจ หรือไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาจริง

  • บางบทความไม่มีคำอธิบายเลย

แนวทางแก้ไข:

Senna Labs เข้ามารีวิวระบบ CMS และพบว่าไม่มีการกำหนด OG Tags อย่างชัดเจนในหลายเพจ ทีมงานจึง:

  • เพิ่ม OG Tags ทุกหน้า โดยอิงจากหัวข้อและเนื้อหาในบทความจริง

  • ปรับภาพ OG ให้มีขนาดมาตรฐาน (1200x630px)

  • เพิ่ม Twitter Cards สำหรับหน้า Landing Page ที่ใช้ทำแคมเปญ

ผลลัพธ์:

  • อัตราการคลิกจาก Facebook เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • Engagement (Like, Share, Comment) เพิ่มขึ้น 35% ภายในเดือนแรก

  • บทความใหม่ที่ถูกแชร์บนโซเชียลดู “สวยงามและมืออาชีพ” มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สรุป

การใส่ Meta Tags สำหรับ Social Media ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แต่คือส่วนหนึ่งของ Brand Presentation และ กลยุทธ์เพิ่มทราฟฟิก อย่างชาญฉลาด เว็บไซต์ที่ใช้ OG และ Twitter Tags อย่างเหมาะสม ย่อมสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มโอกาสในการคลิกอย่างเห็นผล

 

Written by
Fayelyn Nantasuda Kuntieng
Fayelyn Nantasuda Kuntieng

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
30 Mar, 2026

by

How Senna Labs helped S&P Food transform their online e-commerce business
How Senna Labs helped S&P Food transform their online e-commerce business
S&P Food’s yearly revenues were 435 mils $USD. 10% of the revenue was from online sales. The board of directors felt that online sales should account for more. The digital
30 Mar, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
30 Mar, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com28/11 Soi Ruamrudee, Lumphini, Pathumwan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy