การตรวจสอบเว็บไซต์ด้วย Technical SEO Audit

Business
2 mins read
2 mins read

Published

18 November, 2024

Language

Thai

Written by

Share

การตรวจสอบเว็บไซต์ด้วย Technical SEO Audit

ในโลกดิจิทัลปัจจุบัน การมีเว็บไซต์ที่ทำงานได้ดีและเป็นมิตรต่อเครื่องมือค้นหาเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับธุรกิจออนไลน์ การทำ Technical SEO Audit เป็นกระบวนการที่ช่วยให้เราระบุปัญหาทางเทคนิคของเว็บไซต์ที่อาจส่งผลต่อการจัดอันดับในผลการค้นหา การตรวจสอบนี้ไม่เพียงแค่ช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์ แต่ยังเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจ

ในบทความนี้ เราจะพูดถึงขั้นตอนและข้อควรระวังในการทำ Technical SEO Audit พร้อมทั้งยกตัวอย่างกรณีศึกษาจริงที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่ส่งผลต่อการจัดอันดับของเว็บไซต์

ความสำคัญของการทำ Technical SEO Audit

การทำ Technical SEO Audit ช่วยให้เราระบุปัญหาที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างของเว็บไซต์หรือปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของการจัดอันดับบนเครื่องมือค้นหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการโหลดหน้าเว็บที่ช้า การตั้งค่า URL ที่ไม่เหมาะสม หรือปัญหาการเข้าถึงเนื้อหาต่าง ๆ

ประโยชน์หลักของการทำ Technical SEO Audit:

  1. เพิ่มความเร็วของเว็บไซต์: การปรับปรุงความเร็วการโหลดหน้าเว็บจะช่วยลดอัตราการออกจากหน้าเว็บและทำให้ผู้ใช้พึงพอใจมากขึ้น

  2. แก้ไขปัญหาในการเข้าถึงเนื้อหา: ช่วยให้เครื่องมือค้นหาสามารถทำดัชนีเนื้อหาได้ถูกต้อง

  3. เพิ่มความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์: การใช้ SSL Certificate และการปรับตั้งค่าอื่น ๆ จะช่วยเสริมความปลอดภัยของเว็บไซต์

  4. ปรับปรุงการใช้งานเว็บไซต์บนมือถือ: ช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้ดีในทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน

 

ขั้นตอนในการทำ Technical SEO Audit

1. ตรวจสอบการทำงานของเว็บไซต์บนอุปกรณ์ต่าง ๆ

การทำงานของเว็บไซต์บนอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงผลบนมือถือ เครื่องมือค้นหามักให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่รองรับการใช้งานบนมือถือ

  • ตรวจสอบว่าเว็บไซต์รองรับการแสดงผลบนมือถือ (Mobile-Friendly): ใช้เครื่องมือ เช่น Google Mobile-Friendly Test เพื่อดูว่าเว็บไซต์แสดงผลบนมือถืออย่างเหมาะสมหรือไม่

  • ตรวจสอบความเร็วในการโหลดบนมือถือ: ตรวจสอบว่าเว็บไซต์มีการโหลดรวดเร็วและไม่หนักเกินไปสำหรับผู้ใช้งานบนมือถือ

2. ตรวจสอบโครงสร้าง URL และการเชื่อมโยงภายใน (Internal Linking)

โครงสร้าง URL ที่ชัดเจนและเป็นมิตรต่อ SEO จะช่วยให้เครื่องมือค้นหาสามารถทำดัชนีและเข้าใจโครงสร้างเว็บไซต์ได้ดีขึ้น

  • ตั้งค่า URL ที่สั้นและเข้าใจง่าย: ควรหลีกเลี่ยงการใช้ตัวเลขหรือสัญลักษณ์พิเศษใน URL และเลือกใช้คำที่สื่อความหมายแทน

  • ปรับปรุงการเชื่อมโยงภายใน (Internal Linking): การเชื่อมโยงเนื้อหาภายในเว็บไซต์ช่วยเสริมความเข้าใจให้กับผู้ใช้งานและเพิ่มโอกาสในการถูกค้นพบ

3. ตรวจสอบความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ

ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บเป็นปัจจัยที่มีผลต่อประสบการณ์ของผู้ใช้ หากเว็บไซต์โหลดช้า ผู้ใช้อาจเลือกที่จะออกจากเว็บไซต์

  • ใช้เครื่องมือ PageSpeed Insights: เพื่อดูคะแนนความเร็วของหน้าเว็บและคำแนะนำในการปรับปรุง

  • ลดขนาดไฟล์ภาพและการบีบอัด: ตรวจสอบว่าภาพและวิดีโอบนเว็บไซต์ไม่หนักเกินไป ซึ่งจะช่วยให้การโหลดเร็วขึ้น

4. ตรวจสอบการใช้งาน SSL Certificate

การใช้ SSL Certificate เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลบนเว็บไซต์ นอกจากนี้ การใช้ SSL ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ในสายตาของเครื่องมือค้นหา

  • ตรวจสอบว่าเว็บไซต์ใช้ HTTPS: เว็บไซต์ที่ใช้ HTTPS จะมีความปลอดภัยสูงกว่า HTTP ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องข้อมูลของผู้ใช้งาน

  • ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยอื่น ๆ: เช่น การป้องกันการโจมตีจากบุคคลที่สาม (SQL Injection และ Cross-Site Scripting)

5. ตรวจสอบการตั้งค่าไฟล์ Robots.txt และ Sitemap

ไฟล์ Robots.txt และ Sitemap เป็นส่วนสำคัญในการให้คำแนะนำแก่เครื่องมือค้นหาว่าควรทำดัชนีหน้าใดบ้าง

  • ตรวจสอบว่า Robots.txt กำหนดค่าถูกต้อง: Robots.txt ควรระบุหน้าและไฟล์ที่เครื่องมือค้นหาควรและไม่ควรทำดัชนี

  • ตรวจสอบ Sitemap: Sitemap จะช่วยให้เครื่องมือค้นหาสามารถเข้าใจโครงสร้างเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น ควรตรวจสอบว่า Sitemap มีการอัปเดตล่าสุดเสมอ

 

กรณีศึกษา: การเพิ่มยอดขายด้วยการทำ Technical SEO Audit

ความท้าทายที่พบ

เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซแห่งหนึ่งพบว่าการจัดอันดับในผลการค้นหาลดลงและยอดขายตกต่ำอย่างเห็นได้ชัดหลังจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหน้าเว็บ ทีมงานจึงได้ทำ Technical SEO Audit และพบปัญหาหลายจุดที่ส่งผลกระทบต่อการจัดอันดับของเว็บไซต์ เช่น:

  • หน้าเว็บที่สำคัญบางหน้าถูก Robots.txt บล็อกไว้

  • ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บช้าเกินไป

  • URL ของหน้าเว็บหลายหน้ามีการตั้งค่าไม่เหมาะสม ทำให้เครื่องมือค้นหาเข้าใจผิด

การแก้ไขปัญหาและผลลัพธ์

หลังจากทีมงานได้แก้ไขปัญหาเหล่านี้ เว็บไซต์สามารถกลับมาอยู่ในอันดับต้น ๆ ของผลการค้นหาได้อีกครั้ง นอกจากนี้ยังพบว่า:

  • อัตราการเข้าชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้น

  • อัตราการออกจากหน้าเว็บลดลง

  • ยอดขายที่มาจากการค้นหาบนเครื่องมือค้นหาเพิ่มขึ้น

 

ข้อควรระวังในการทำ Technical SEO Audit

  • อย่าบล็อกหน้าที่สำคัญใน Robots.txt: ควรตรวจสอบว่าไม่มีการบล็อกหน้าที่จำเป็นต่อ SEO ใน Robots.txt

  • ไม่ทำการเปลี่ยนแปลง URL บ่อยเกินไป: การเปลี่ยนแปลง URL บ่อยครั้งอาจทำให้เกิดปัญหาด้านการทำดัชนีและการจัดอันดับในผลการค้นหา

  • ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงผลกระทบต่อประสิทธิภาพ SEO: หลังจากแก้ไขปัญหาแล้วควรตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อผลลัพธ์การค้นหาและการเข้าชมเว็บไซต์

 

ข้อสรุป

การทำ Technical SEO Audit เป็นกระบวนการที่สำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการให้เว็บไซต์ของตนเป็นมิตรต่อเครื่องมือค้นหาและเพิ่มโอกาสในการดึงดูดผู้ใช้ การตรวจสอบเว็บไซต์เพื่อหาและแก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่อาจส่งผลกระทบต่อการจัดอันดับเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรทำเป็นระยะ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานของเว็บไซต์และส่งผลดีต่อการเติบโตของธุรกิจ

 

Written by
Fayelyn Nantasuda Kuntieng
Fayelyn Nantasuda Kuntieng

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
10 Dec, 2025

by

How Senna Labs helped S&P Food transform their online e-commerce business
How Senna Labs helped S&P Food transform their online e-commerce business
S&P Food’s yearly revenues were 435 mils $USD. 10% of the revenue was from online sales. The board of directors felt that online sales should account for more. The digital
10 Dec, 2025

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
10 Dec, 2025

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com28/11 Soi Ruamrudee, Lumphini, Pathumwan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy