Rich Text Editors: เครื่องมือแก้ไขข้อความที่รองรับการจัดรูปแบบ ตาราง และสื่อมีเดียฝังในเนื้อหา

2 mins read

Published

28 January, 2026

Language

Thai

Written by

Share

Rich Text Editors: เครื่องมือแก้ไขข้อความที่รองรับการจัดรูปแบบ ตาราง และสื่อมีเดียฝังในเนื้อหา

Rich Text Editor (RTE) คือเครื่องมือแก้ไขข้อความที่มีฟีเจอร์มากกว่า Text Editor ปกติ โดยอนุญาตให้ผู้ใช้งาน จัดรูปแบบตัวอักษร, ใส่ตาราง, แทรกรูปภาพ, วิดีโอ, ลิงก์ หรือแม้กระทั่งฝัง (embed) สื่อจากแพลตฟอร์มภายนอก เช่น YouTube, Instagram, Google Maps ฯลฯ

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่มี Rich Text Editors ที่ยอดเยี่ยม:

  • WordPress (Gutenberg Editor) – ระบบแก้ไขเนื้อหาแบบ Block ที่รองรับการฝังทุกสื่อ

  • Notion – Rich Editor ที่ยืดหยุ่น ใช้ได้ทั้งจัดหน้า, เขียนบันทึก, แชร์กับทีม

  • Google Docs – รองรับการแทรกตาราง รูปภาพ ลิงก์ และวิดีโอ

  • Webflow CMS – ใช้ Editor ในการแก้ไขคอนเทนต์หน้าเว็บไซต์แบบ Real-time

  • Medium – แพลตฟอร์มบล็อกที่เน้น UX การเขียนที่สวยงาม เรียบง่าย และจัดรูปแบบได้ดี

 

Rich Text Editor คืออะไร?

คือ เครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างเนื้อหาที่มีการจัดรูปแบบได้ในลักษณะเดียวกับเอกสาร Word หรือหน้าเว็บ โดยไม่จำเป็นต้องรู้การเขียนโค้ด HTML

ฟีเจอร์ที่พบบ่อยใน Rich Text Editors:

  • ปรับขนาดและสไตล์ตัวอักษร (Bold, Italic, Underline)

  • จัดย่อหน้า, Bullet, Numbered List

  • แทรกตาราง, รูปภาพ, วิดีโอ

  • ลิงก์ภายใน/ลิงก์ภายนอก

  • Code block หรือ embed iframe

องค์ประกอบสำคัญของ Rich Text Editors

ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่ใช้ Rich Text Editor อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

Rich Text Editor เหมาะกับใคร?

  • ผู้เขียนบล็อก / คอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง

  • ผู้ดูแลเว็บไซต์ที่ต้องการอัปเดตเนื้อหาเอง

  • ธุรกิจที่ต้องการสร้างหน้า Landing Page หรือข่าวประชาสัมพันธ์

  • ทีมงานที่ทำเอกสารร่วมกันออนไลน์

ข้อดีของการมี Rich Text Editor บนแพลตฟอร์ม

  1. สร้างเนื้อหาที่ดูเป็นมืออาชีพได้ง่าย

    • โดยไม่ต้องพึ่งนักพัฒนาเว็บหรือโค้ด HTML

  2. ประหยัดเวลาในการแก้ไขและจัดรูปแบบ

    • เหมาะกับทีม Content ที่ต้องอัปเดตเนื้อหาบ่อย ๆ

  3. เพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์

    • เพราะเนื้อหามีภาพ วิดีโอ ตาราง หรือไฮไลต์สำคัญครบ

  4. เหมาะกับระบบ CMS และ Knowledge Base

    • ใช้สำหรับเอกสารคู่มือ, บทช่วยสอน, หรือระบบให้ความรู้ภายในองค์กร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Rich Text Editors

1. ต่างจาก Markdown Editor ยังไง?

คำตอบ:

  • Rich Text Editor แก้ไขแบบเห็นผลลัพธ์จริง (Visual)

  • Markdown ต้องพิมพ์คำสั่ง เช่น **ตัวหนา** แล้วระบบจะแปลงทีหลัง

2. ใช้กับ CMS ได้ไหม?

คำตอบ:

  • ได้แน่นอน และถือว่าเป็นฟีเจอร์พื้นฐานใน CMS ยุคใหม่ เช่น WordPress, Webflow, Wix

3. จำเป็นต้องมี Preview Mode ไหม?

คำตอบ:

  • สำหรับบางแพลตฟอร์มจำเป็นมาก เพราะช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจก่อนเผยแพร่บทความหรือหน้าเว็บ

สรุป

Rich Text Editor คือฟีเจอร์ที่ช่วยให้การสร้างเนื้อหาบนแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นเรื่องง่าย สวยงาม และดูเป็นมืออาชีพโดยไม่ต้องเขียนโค้ด ตัวอย่างจาก WordPress, Google Docs, Notion, Webflow และ Medium แสดงให้เห็นว่าระบบจัดรูปแบบข้อความที่ดีสามารถเพิ่มคุณภาพของเนื้อหาและช่วยให้ทีม Content ทำงานได้เร็วขึ้น

Written by
Nun Nuntachat Youpanich
Nun Nuntachat Youpanich

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
29 Jan, 2026

by

How Senna Labs helped S&P Food transform their online e-commerce business
How Senna Labs helped S&P Food transform their online e-commerce business
S&P Food’s yearly revenues were 435 mils $USD. 10% of the revenue was from online sales. The board of directors felt that online sales should account for more. The digital
29 Jan, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
29 Jan, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com28/11 Soi Ruamrudee, Lumphini, Pathumwan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy