ระบบ CRM สำเร็จรูปกับ CRM พัฒนาเอง SME ควรเลือกแบบไหน?

Business
2 mins read
2 mins read

Published

18 March, 2025

Language

Thai

Written by

Share

ระบบ CRM สำเร็จรูปกับ CRM พัฒนาเอง SME ควรเลือกแบบไหน?

Customer Relationship Management (CRM) เป็นระบบที่ช่วยให้ธุรกิจจัดการข้อมูลลูกค้า ปรับปรุงการขาย และเพิ่มประสิทธิภาพด้านการตลาด สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก (SME) การเลือก CRM ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้สามารถจัดการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลายธุรกิจเลือกใช้ CRM สำเร็จรูป เช่น Zoho CRM, Salesforce, HubSpot ซึ่งมีฟีเจอร์พร้อมใช้งาน แต่บางธุรกิจที่มีความต้องการเฉพาะทางอาจตัดสินใจ พัฒนา CRM ของตัวเอง เพื่อความยืดหยุ่นที่มากขึ้น

บทความนี้จะเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของ CRM สำเร็จรูป กับ CRM ที่พัฒนาเอง พร้อมกรณีศึกษาของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มต้นใช้ Zoho CRM และภายหลังเลือกพัฒนาระบบ CRM ของตนเอง

 

1. CRM สำเร็จรูปคืออะไร และเหมาะกับใคร

CRM สำเร็จรูปคือซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยบริษัทเทคโนโลยี ซึ่งสามารถนำไปใช้งานได้ทันที โดยมีฟีเจอร์มาตรฐาน เช่น การบริหารข้อมูลลูกค้า การติดตามโอกาสขาย ระบบอัตโนมัติสำหรับฝ่ายขาย และการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า

ตัวอย่าง CRM สำเร็จรูปยอดนิยม

  • Zoho CRM – เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง มีความคุ้มค่าและใช้งานง่าย

  • Salesforce – ระบบที่ทรงพลัง เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่

  • HubSpot CRM – ระบบฟรีที่ใช้งานง่าย มีเครื่องมือการตลาดอัตโนมัติ

  • Microsoft Dynamics 365 – เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเชื่อมโยง CRM กับ ERP

ข้อดีของ CRM สำเร็จรูป

  • ติดตั้งและใช้งานได้ทันที ไม่ต้องพัฒนาเอง

  • มีฟีเจอร์มาตรฐานที่รองรับกระบวนการขายและการตลาด

  • มีการอัปเดตระบบและความปลอดภัยโดยผู้ให้บริการ

  • ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นต่ำกว่าการพัฒนาเอง

ข้อเสียของ CRM สำเร็จรูป

  • อาจไม่รองรับกระบวนการเฉพาะของธุรกิจ

  • ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ใช้และฟีเจอร์ที่ต้องการ

  • การปรับแต่งอาจมีข้อจำกัด ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มที่เลือก

 

2. CRM พัฒนาเองคืออะไร และเหมาะกับใคร

CRM ที่พัฒนาเองคือระบบที่สร้างขึ้นเฉพาะสำหรับธุรกิจนั้น ๆ สามารถออกแบบให้รองรับกระบวนการทำงานเฉพาะทางได้ เช่น การบริหารลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะของธุรกิจ และการเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ในองค์กร

ข้อดีของ CRM ที่พัฒนาเอง

  • สามารถออกแบบระบบให้ตรงกับความต้องการของธุรกิจ

  • ไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว

  • สามารถเชื่อมต่อกับระบบภายในของบริษัท เช่น ERP หรือระบบจัดการอสังหาริมทรัพย์

  • ควบคุมข้อมูลได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยจากผู้ให้บริการภายนอก

ข้อเสียของ CRM ที่พัฒนาเอง

  • ใช้เวลาพัฒนาและติดตั้งระบบนานกว่าการใช้ CRM สำเร็จรูป

  • ต้องมีทีมไอทีดูแลและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง

  • ต้นทุนการพัฒนาสูงกว่าในช่วงแรก

 

4. กรณีศึกษา: บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มจาก Zoho CRM และพัฒนา CRM ของตัวเอง

ปัญหาก่อนการเปลี่ยนแปลง

บริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งเริ่มต้นใช้งาน Zoho CRM เพื่อช่วยจัดการข้อมูลลูกค้าและการขาย โดยสามารถ

  • บันทึกข้อมูลลูกค้าและติดตามโอกาสขาย

  • จัดการการนัดหมายและติดตามลูกค้าผ่านระบบอัตโนมัติ

  • วิเคราะห์ข้อมูลการขายผ่าน Dashboard

แต่เมื่อธุรกิจขยายตัว พบว่า Zoho CRM มีข้อจำกัดบางอย่าง

  • ระบบไม่สามารถเชื่อมต่อกับ ระบบจัดการอสังหาริมทรัพย์ภายในองค์กร

  • ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเมื่อมีการเพิ่มผู้ใช้งาน

  • มีข้อจำกัดด้าน การปรับแต่ง Workflow ที่แตกต่างจากโมเดลธุรกิจของบริษัท

 

การเปลี่ยนไปใช้ CRM ที่พัฒนาเอง

  • พัฒนาระบบ CRM ที่สามารถ เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์และระบบบัญชีของบริษัท

  • ปรับแต่ง Workflow ให้เหมาะสมกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะ

  • ลดต้นทุนค่าธรรมเนียมของ CRM สำเร็จรูป

ผลลัพธ์ที่ได้

  • ลดค่าใช้จ่ายรายเดือนของ CRM สำเร็จรูป

  • ระบบสามารถขยายและปรับปรุงให้เหมาะกับองค์กรได้ง่ายขึ้น

  • ประสิทธิภาพการจัดการลูกค้าดีขึ้น ทำให้โอกาสปิดการขายเพิ่มขึ้น

 

4. SME ควรเลือก CRM แบบไหน

  • หากต้องการใช้งานเร็ว และมีงบประมาณจำกัด → แนะนำให้ใช้ CRM สำเร็จรูป เช่น Zoho CRM หรือ HubSpot

  • หากธุรกิจมีความต้องการเฉพาะ และต้องการความยืดหยุ่นสูง → การพัฒนา CRM ของตัวเองอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

  • หากต้องการเริ่มต้นจาก CRM สำเร็จรูป และขยายภายหลัง → อาจเลือก CRM ที่สามารถปรับแต่งและขยายต่อได้ในอนาคต เช่น Salesforce

 

สรุป

CRM สำเร็จรูปเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการ ระบบที่ใช้งานได้ทันที มีต้นทุนต่ำ และไม่ต้องพัฒนาเอง ส่วน CRM ที่พัฒนาเองเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการ ความยืดหยุ่นสูง และสามารถลงทุนพัฒนาได้ในระยะยาว

ก่อนตัดสินใจเลือก CRM ธุรกิจควรพิจารณาถึง งบประมาณ ฟีเจอร์ที่ต้องการ และความสามารถในการขยายตัวของระบบ เพื่อให้ได้โซลูชันที่เหมาะสมที่สุดสำหรับองค์กรของคุณ

 

Written by
Opal Piyaporn Kijtikhun
Opal Piyaporn Kijtikhun

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
03 Oct, 2026

by

How Senna Labs helped S&P Food transform their online e-commerce business
How Senna Labs helped S&P Food transform their online e-commerce business
S&P Food’s yearly revenues were 435 mils $USD. 10% of the revenue was from online sales. The board of directors felt that online sales should account for more. The digital
03 Oct, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
03 Oct, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com999 Gaysorn Centre, Unit 5B-1 (523), 5th Floor, Phloen Chit Road, Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy