01Feb, 2021
Language blog :
Thai
Share blog : 
01 February, 2021
Thai

2021 UX Trend สำหรับเว็บ e-Commerce

By

7 mins read
2021 UX Trend สำหรับเว็บ e-Commerce

จากสถานการณ์ตั้งแต่ปีที่แล้วจากการแพร่ละบาดของไวรัส Covid 19 ทำให้ระบบเศรฐกิจในบ้านเรามีผลกระทบอย่างมากเนื่องจากผู้คนทั่วไปได้รับผลด้านเศรฐกิจ การเงิน และการใช้ชีวิตประจำวัน

ในทางกลับกัน มีอีกหลายธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีตัวเร่งจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นที่ทำให้ผู้บริโภคในตลาดเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น การใช้บริการเดริเวอรี่มากขึ้น การใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน e-Commerce ที่มากขึ้นหลายเท่าตัว ทำให้เกิดการแข่งขันในเชิงธุรกิจเพิ่มขึ้นตามมาเช่นกัน

ซึ่งทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าหลาย ๆ แบรนด์จึงหันมาลงทุนกับ e-Commerce มากขึ้น ให้ความสำคัญกับ digital tranformation การออกแบบ UX/UI รวมไปถึงให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่เป็นทั่วโลกก็ว่าได้ มาดูกันว่าในปีนี้จะมีอะไรน่าสนใจต่างจากเดิมและเป็นที่นิยมกันบ้าง

Mobile First

เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงมานานมากแล้วในบ้านเรา ทั้งนี้ทั้งนั้น หากดูตัวเลขและพฤติกรรมผู้ใช้งานจริงแล้ว คนไทยเป็นอันดับ 1 ในการใช้งานออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ (Mobile 52% และ Desktop + อื่น ๆ อีก 48%) เราจึงควรเข้าใจก่อนว่าพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าเราเป็นใครแล้วใช้เวลาอยู่ส่วนไหนมากที่สุด ซึ่งในที่นี้หมายความว่า การพัฒนาระบบโดยไม่คำนึงถึง Desktop อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกเช่นกัน

เนื่องจากมือถือเป็นอุปกรณ์ที่สะดวกสบาย รวดเร็วในการใช้งาน การออกแบบแบบ Mobile first จึงควรตอบโจทย์เป้าหมายที่ผู้ใช้งานเข้ามาใช้งานด้วยเช่นกัน ซึ่งหากดูจากข้อมูลการใช้งานผ่าน mobile ที่สำคัญ (จาก google) และสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีได้นั้น จะมาจากการออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานในขณะต่าง ๆ ของผู้ใช้งานก็ว่าได้

Navigation

เมื่อการออกแบบนั้นต้องตอบเป้าหมายการเข้าใช้งานของผู้ใช้งาน การมี Navigation ที่ผู้ใช้งานไม่ได้สนใจอาจจะทำให้การใช้งานนั้นยุ่งยากกว่าที่ควรจะเป็น

Navigation นั้นอาจจะไม่ได้หมายถึงแค่การใช้งาน Menu แต่อาจจะรวมไปถึงการจัดวางโครงของระบบที่เราออกแบบ ยิ่งถ้าแบรนด์ที่มุ่งเน้นการทำ e-Commerce เป็นจุดหมายแรก แน่นอนว่าผู้ใช้งานจะโฟกัสไปที่สินค้าก่อนอย่างแน่นอน ซึ่งจะต่างจากการคิดแบบองค์กรที่ผ่านมาที่มีการนำเสนอข้อมูลที่มากเกินไป เมนูที่ผู้ใช้งานไม่ได้สนใจ ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าเข้าถึง product ได้ยาก 

Navigation

(Image: ecodenta.lt)

ดังนั้น การนำเสนอสินค้าต่าง ๆ Main navigation จึงต้องตอบสนองกับการเข้าใช้งาน มุ่งไปที่ product มากกว่า coporate แบบแต่ก่อน นอกจากนี้ในหน้า landing ที่ผู้ใช้งานเข้ามานำเสนอข้อมูลก็เป็นอีก Navigation ที่ผู้ใช้งานจะสามารถเข้าใจและเข้าถึงสินค้าที่สนใจ สินค้าขายดี และสินค้าแนะนำของระบบเราได้อย่างง่ายดาย และสามารถซื้อสินค้าได้ง่ายด้วยเช่นกัน

Cross-Selling

นอกจากการออกแบบระบบให้ใช้ง่ายแล้วสิ่งที่ e-Commerce ควรมุ่งเน้น คือการทำให้สินค้าขายได้ปริมานมาก ๆ หรือสร้างแรงจูงในให้ผู้ซื้อได้มากขึ้น แต่ปัญหาคือ จะทำอย่างไรให้ผู้ซื้อนั้นอยากได้สินค้าเราเพิ่มขึ้น

 

Cross-Selling

(Image: puma.com)

การ Cross-Selling นั้นจึงเป็นทางออกที่ดี แต่การนำเสนอสินค้าเพิ่มเติมควรดึงดูดความต้องการได้ด้วย ไม่ใช่นำเสนอสิ่งที่ขัดกับสินค้า หรือสไตล์ที่เขากำลังมองหา ดูตัวอย่างจากหลาย ๆ แบรนด์ที่เริ่มใช้วิธีการนำเสนอคอลเลคชันเซ็ต หรือ Lookbook เพื่อตอบสนองความต้องการทางแฟชันของกลุ่มลูกค้าที่มากขึ้นในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีการขายแบบ bundle ต่าง ๆ  หรือการเสนอสินค้าแบบแพกใหญ่ หรือ สินค้าใกล้เคียงที่ผู้ซื้อนิยมซื้อควบคู่กัน เช่น สินค้าที่ใช้ในบ้าน 

 

Ikea ใช้วิธีการ Cross-selling โดยการเสนอสินค้าที่มีสไตล์เดียวกันเพื่อให้ผู้ซื้อสนใจ และเป็นแนวทางตัดสินใจของที่จะซื้อเพื่อตกแต่งบ้าน
(Image: ikea)

Minimal UI

ในช่วงระหว่างวันวันผู้ใช้งานจะพบเจอกับข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนำมาประมวลผลและตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ในการออกแบบระบบ e-Commerce จึงควรลดการการสื่อสารที่ไม่จำเป็น เพื่อลดทอนขั้นตอนการคิดของผู้ใช้งานให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้จดจ่ออยู่กับสินค้าที่เขาต้องการนั่นเอง

ซึ่งแน่นอนว่าการใช้ UI ที่เรียบง่าย ข้อมูลไม่ซับซ้อนนั้น ย่อมทำให้สินค้าของเราโดดเด่นขึ้นมามากกว่าเดิม มีพื้นที่ให้เรานำเสนอภาพสินค้าที่สวยงามเพิ่มขึ้น แล้วพระเอกของระบบจะเป็นสินค้าของเราล้วน ๆ ซึ่งมันจะตอบโจทย์การเข้าใช้เว็บ e-Commerce ของผู้ใช้ด้วยนั่นเอง

Minimal UI

Pomelo ใช้ UI ที่แสนธรรมดา ไม่มีสีสัน แต่กลับทำให้ผู้ใช้งานสามารถโฟกัสที่สินค้าได้ง่ายขึ้น สินค้าดูเป็น Hero ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

(Image: pomelofashion)

Hybrid Product Gallery

Hybrid Product Gallery คือ การนำเสนอรายการสินค้าแบบใหม่เพื่อให้ผู้ใช้งานดูรายการสินค้าที่สนใจได้อย่างรวดเร็ว หลายมุมมองรวมไปถึงอาจจะแสดงสินค้าในมุม  360° view ได้อีกด้วยโดยที่ไม่ต้องคลิกเปลี่ยนหน้า ซึ่งอาจจะเป็นเพียงแต่ pop-up หน้าต่างสินค้าง่าย ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถดูสินค้าได้อย่างรวดเร็ว 

Hybrid Product Gallery

Gucci ใช้การแสดงภาพสินค้าในมุมต่าง ๆ ขณะที่ผู้ใช้งานนำเมาส์ไปวางที่ภาพสินค้า โดยไม่ต้องกดลิงก์เพื่อดูรายละเอียดสินค้า

(Image: gucci)

Dark mode

จริง ๆ แล้ว Dark mode นั้นเหมาะกับระบบที่ผู้ใช้งานต้องเข้ามาใช้เป็นเวลานาน ๆ เพื่อถนอมสายตา ลดการเมื่อยล้าของตาได้ดี  ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า Dark mode นั้นมีเปิดให้ใช้ในหลาย Platform ที่เราเข้าไปใช้งาน เช่น Facebook, Windows, iOS เป็นต้น 

ดังนั้นแล้วหากเว็บไซต์ e-Commerce หรือ Market place ของเรานั้นมีอัตราผู้ใช้งานที่เข้ามาใช้แต่ละครั้งเป็นเวลานาน และอาจจะเป็นช่วงเย็นถึงก่อนนอน แน่นอนว่า dark mode อาจจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้เวลาในการหาสินค้าของเราได้นานขึ้นก็ได้

Dark mode

(Image: clockstrikestwelve)

Written by
Senna Labs
Senna Labs

Subscribe to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

- More than 120,000 people/day visit to read our blogs

Other articles for you

21
June, 2024
UX for Psychology - Loss Aversion (ความกลัวการสูญเสีย)
21 June, 2024
UX for Psychology - Loss Aversion (ความกลัวการสูญเสีย)
หลายคนคงเคยเจอเหตุการต่างๆ บนโลกดิจิทัลที่สามารถนำพาเราไปเสียเงินหรือสมัครใช้บริการได้ง่าย ๆ ทั้งที่ไม่รู้ตัว ลองมาดูกันว่า พวกเขาเหล่านั้น ใช้วิธีหลอกล่อนักชอปอย่างเรากันอย่างไรบ้าง พื้นฐานของคนทั่วไปนั้นไม่อยากที่จะสูญเสียอะไรไป แม้แต่สิ่งที่อาจจะไม่จำเป็น เราอาจจะพบการทำการตลาดในเชิงนี้ได้บ่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่เราไม่รู้ตัว และอาจจะไม่จำเป็นต้องซื้อแต่โดนกระตุ้นด้วยข้อมูลที่เรารับมาแบบงง ๆ เช่น Flash sale 40% สินค้าที่มีจำนวนจำกัด นั้นจะน่าสนใจมากกว่าการเดินเจอสินค้าเดียวกันในห้างที่ลดราคา 40% เช่นเดียวกัน ข้อความบนเว็บช็อปปิ้งที่ส่งมาหาคุณว่าสินค้าที่คุณเคยสนใจกำลังลดราคาอยู่ อย่าพลาดโอกาสที่จะซื้อตอนนี้ มักกระตุ้นความต้องการซื้อของเราได้เป็นอย่างดี เพราะเรากลัวที่จะเสียโอกาสดี

By

3 mins read
Thai
21
June, 2024
ทำไม Google Fonts ถึงเป็นทางเลือกที่ดีในการออกแบบเว็บไซต์
21 June, 2024
ทำไม Google Fonts ถึงเป็นทางเลือกที่ดีในการออกแบบเว็บไซต์
แต่ก่อน เวลาที่เว็บไซต์ถูกดีไซน์ด้วยฟอนต์แปลก ๆ หรือมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จะทำให้ผู้ใช้งานบางคนมองไม่เห็น เพราะในเครื่องของผู้ใช้งานไม่มีฟอนต์นั้น ระบบก็จะเลือกเอาฟอนต์อื่นในเครื่องขึ้นมาแสดงผล เห็นเป็นฟอนต์อื่นไป ทำให้ดีไซเนอร์ต้องแก้ปัญหาด้วยการทำรูปแล้วเอามาแปะในเว็บไซต์แทน หรือแม้ว่าจะแสดงผลตามที่ถูกออกแบบมา ความเร็วก็อาจเป็นปัญหาในการโหลดและเข้าถึง เพราะฟอนต์ถูกโหลดจากเซิร์ฟเวอร์ แต่สมัยนี้ไม่มีใครใจเย็นพอที่จะรออะไรนานๆ เพราะจากรายงานระบุว่า 40% ของคนที่เข้าเว็บไซต์ จะออกหรือปิดทันทีถ้ามีการโหลดนานกว่า 3 วินาที โดยเฉพาะนักช็อปออนไลน์เกือบครึ่งที่พร้อมจะหันหลังให้อีคอมเมิร์ซเว็บไซต์ที่โหลดช้ากว่า 2 วินาที และ 79% บอกว่ามีโอกาสที่จะไม่ใช้บริการอีก Google Fonts คืออะไร? (กันแน่) หลายคนคงรู้จัก Google Fonts แต่วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักให้มากขึ้น

By

4 mins read
Thai
21
June, 2024
How SennaLabs helped S&P Food transform their online e-commerce business
21 June, 2024
How SennaLabs helped S&P Food transform their online e-commerce business
S&P Food’s yearly revenues were 435 mils $USD. 10% of the revenue was from online sales. The board of directors felt that online sales should account for more. The digital

By

4 mins read
English

Let’s build digital products that are
simply awesome !

We will get back to you within 24 hours!Go to contact us
Please tell us your ideas.
- Senna Labsmake it happy
Contact ball
Contact us bg 2
Contact us bg 4
Contact us bg 1
Ball leftBall rightBall leftBall right
Sennalabs gray logo28/11 Soi Ruamrudee, Lumphini, Pathumwan, Bangkok 10330+66 62 389 4599hello@sennalabs.com© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved.