AI Fluency Spectrum คืออะไร? กรอบคิดใหม่ในการพัฒนาทักษะ AI ขององค์กร
Share

หลายองค์กรเริ่มโครงการ AI ด้วยเป้าหมายคือ ทำให้ทุกคนมี AI Fluency แต่ปัญหาคือหลายแห่งตีความว่า AI Fluency หมายถึงการทำให้พนักงานทุกคนมีความรู้และทักษะด้าน AI ในระดับเดียวกัน ทำให้แต่ละคนมีความสามารถในการใช้ AI ในระดับที่เหมาะสมกับบทบาทของตนเอง องค์กรที่ประสบความสำเร็จจึงมอง AI Fluency เป็น "Spectrum" มากกว่า "Standard เดียวสำหรับทุกคน"

AI Fluency Spectrum: Users, Makers และ Developers
โดยทั่วไป AI Fluency สามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก
-
Users
พนักงานส่วนใหญ่ขององค์กรที่ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานประจำวัน เช่น การสรุปเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น การร่างอีเมล หรือการค้นหาความรู้ภายในองค์กร
สิ่งสำคัญสำหรับกลุ่มนี้ไม่ใช่การเขียน Prompt ซับซ้อน แต่คือการรู้ว่า AI ทำอะไรได้บ้าง ตรวจสอบความถูกต้องอย่างไร และเข้าใจข้อจำกัดของ AI
-
Makers
กลุ่มที่นำ AI มาปรับปรุงกระบวนการทำงานหรือสร้างโซลูชันภายในองค์กร เช่น Business Analyst, Process Improvement Team หรือ Citizen Developer
คนกลุ่มนี้ต้องเข้าใจ Workflow Design, Automation, Data Quality และการเลือกเครื่องมือ AI ให้เหมาะกับปัญหาทางธุรกิจ
-
Developers
กลุ่มที่พัฒนา AI Application, AI Agent หรือระบบที่เชื่อมต่อ AI เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร
นอกจากความเข้าใจด้านโมเดลและเทคโนโลยีแล้ว ยังต้องมีทักษะด้าน Software Engineering, Security, AI Governance และการจัดการความเสี่ยงในระดับระบบ
ทำไมแต่ละองค์กรต้องการสัดส่วนที่ต่างกัน
องค์กรไม่ได้ต้องการ Users, Makers และ Developers ในสัดส่วนเดียวกันเสมอไป

ตัวอย่าง เช่น องค์กรด้านการเงิน (Finance Organization) อาจมีพนักงานจำนวนมากอยู่ในกลุ่ม Users เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูล สรุปรายงาน หรือสนับสนุนการตัดสินใจ ขณะที่มีกลุ่ม Makers สำหรับออกแบบ Workflow และระบบอัตโนมัติภายในองค์กรเพียงบางส่วน
ในทางกลับกัน องค์กรด้านวิศวกรรมหรือเทคโนโลยี (Engineering Organization) มักต้องการสัดส่วนของ Makers และ Developers สูงกว่า เพราะ AI ถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ กระบวนการพัฒนา และโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิคโดยตรง
ดังนั้นคำถามสำคัญจึงไม่ใช่ "ทำอย่างไรให้ทุกคนเก่ง AI เท่ากัน" แต่คือ "องค์กรของเราต้องการคนแต่ละกลุ่มกี่คน"
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้
องค์กรที่มี AI Fluency สูงมักสร้าง Learning Path ที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละ Persona
-
Users เรียนรู้การใช้งาน AI อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
-
Makers เรียนรู้การออกแบบ Workflow และ AI Automation
-
Developers เรียนรู้การสร้าง AI Application, Agent และการกำกับดูแลระบบ AI
แนวทางนี้ช่วยให้องค์กรลงทุนด้านการพัฒนาทักษะได้ตรงจุด และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้เร็วกว่าการอบรมหลักสูตรเดียวให้กับทุกคน
คำถามที่พบบ่อย
ทุกคนจำเป็นต้องเขียน Prompt เก่งหรือไม่?
ไม่จำเป็น ระดับความเชี่ยวชาญควรสอดคล้องกับบทบาทงานและความรับผิดชอบของแต่ละคน
Makers ต้องเขียนโปรแกรมเป็นหรือไม่?
ไม่เสมอไป หลายองค์กรใช้ Low-Code หรือ No-Code Platform ที่ช่วยให้สามารถสร้าง Workflow และ Automation ได้โดยไม่ต้องเป็นนักพัฒนาเต็มตัว
องค์กรควรเริ่มต้นจากกลุ่มไหนก่อน?
ส่วนใหญ่ควรเริ่มจาก Users ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ขององค์กร จากนั้นจึงพัฒนากลุ่ม Makers และ Developers ตามลำดับความสำคัญทางธุรกิจ
สรุป
AI Fluency ไม่ได้หมายถึงการทำให้ทุกคนมีทักษะ AI ในระดับเดียวกัน แต่คือการสร้างความสามารถที่เหมาะสมกับบทบาทของแต่ละคน องค์กรที่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง Users, Makers และ Developers จะสามารถวางแผนการพัฒนาคน การลงทุน และการเปลี่ยนผ่านสู่ AI-Driven Organization ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าองค์กรที่ใช้แนวทาง "One Size Fits All"

Share

Keep me postedto follow product news, latest in technology, solutions, and updates
Related articles
Explore all


