Agentic AI คืออะไร? สรุปใน 5 นาที พร้อมตัวอย่างการใช้งานที่เข้าใจง่าย
Share

Agentic AI เป็นเทรนด์ใหม่ของปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ได้มีหน้าที่เพียงตอบคำถาม แต่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินงานตามเป้าหมายได้อย่างอัตโนมัติ บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่าง Generative AI กับ Agentic AI พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริงที่ช่วยให้เข้าใจได้ภายในไม่กี่นาที
Agentic AI กำลังเปลี่ยนบทบาทของ AI จากผู้ช่วยสู่ผู้ปฏิบัติงาน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Generative AI ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสามารถสร้างข้อความ รูปภาพ และโค้ดจากคำสั่งของผู้ใช้งาน แต่แนวโน้มล่าสุดของอุตสาหกรรมกำลังขยับไปสู่ Agentic AI ซึ่งเป็น AI ที่ไม่ได้รอรับคำสั่งทีละขั้นตอน แต่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินงานหลายลำดับเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
รายงานจาก Gartner และ Microsoft มองว่า Agentic AI จะเป็นก้าวสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI เพราะช่วยลดภาระงานที่ต้องทำซ้ำ และเพิ่มความสามารถในการจัดการงานที่ซับซ้อนมากขึ้น
Generative AI กับ Agentic AI ต่างกันอย่างไร
Generative AI ทำหน้าที่สร้างคำตอบตามคำสั่งที่ได้รับ ผู้ใช้งานต้องเป็นผู้กำหนดแต่ละขั้นตอนด้วยตนเอง เช่น การเขียนอีเมล การสรุปรายงาน หรือการสร้างเนื้อหา
Agentic AI ทำงานในอีกระดับหนึ่ง โดยผู้ใช้งานกำหนดเพียงเป้าหมาย แล้ว AI จะวางแผน เลือกเครื่องมือ และดำเนินงานหลายขั้นตอนจนงานสำเร็จ พร้อมรายงานผลกลับมา
ความแตกต่างที่สำคัญ ได้แก่
• Generative AI เน้นการสร้างเนื้อหา ส่วน Agentic AI เน้นการดำเนินงานให้สำเร็จ
• Agentic AI สามารถประสานงานกับหลายระบบและทำงานหลายขั้นตอนต่อเนื่องได้
• มนุษย์ยังคงกำหนดเป้าหมายและตรวจสอบผลลัพธ์ ขณะที่ AI รับผิดชอบกระบวนการทำงาน
ตัวอย่างการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ตัวอย่างแรก คือการวางแผนการเดินทาง หากใช้ Generative AI ผู้ใช้งานอาจต้องถามทีละเรื่อง เช่น สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม และตารางเดินทาง แต่ Agentic AI สามารถค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา จัดตาราง และสรุปตัวเลือกที่เหมาะสมตามงบประมาณได้ในกระบวนการเดียว
อีกตัวอย่างคือการทำงานในองค์กร เมื่อได้รับโจทย์ให้จัดประชุมกับลูกค้า Agentic AI สามารถตรวจสอบปฏิทินของผู้เกี่ยวข้อง จองห้องประชุม ส่งคำเชิญ เตรียมเอกสาร และติดตามสถานะการตอบรับ โดยลดขั้นตอนที่พนักงานต้องดำเนินการด้วยตนเอง
คำถามที่พบบ่อย
-
Agentic AI คืออะไร
Agentic AI คือ AI ที่สามารถวางแผน ตัดสินใจ และดำเนินงานหลายขั้นตอนเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนด โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากผู้ใช้งานในทุกขั้นตอน
-
Agentic AI แตกต่างจาก Generative AI อย่างไร
Generative AI เน้นการสร้างข้อความ รูปภาพ หรือโค้ดตามคำสั่ง ขณะที่ Agentic AI สามารถดำเนินงานจริง เช่น ค้นหาข้อมูล ประสานงานกับระบบอื่น และจัดการกระบวนการทำงานจนเสร็จ
-
Agentic AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์หรือไม่
แนวทางของผู้พัฒนา AI ส่วนใหญ่มุ่งให้ Agentic AI เป็นผู้ช่วยในการทำงานมากกว่าการทดแทนมนุษย์ โดยมนุษย์ยังมีบทบาทในการกำหนดเป้าหมาย ตรวจสอบผลลัพธ์ และตัดสินใจในเรื่องที่มีผลกระทบสูง
สรุป
Agentic AI คือวิวัฒนาการของปัญญาประดิษฐ์ที่ก้าวจากการสร้างคำตอบไปสู่การลงมือทำงานจริง ความสามารถในการวางแผน ดำเนินงานหลายขั้นตอน และเชื่อมต่อกับเครื่องมือต่าง ๆ ทำให้ Agentic AI มีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั้งในชีวิตประจำวันและภาคธุรกิจ แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่การกำหนดเป้าหมาย การกำกับดูแล และการตัดสินใจยังคงเป็นบทบาทสำคัญของมนุษย์ เพื่อให้การใช้ AI เกิดประโยชน์สูงสุดและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งาน

Share

Keep me postedto follow product news, latest in technology, solutions, and updates
Related articles
Explore all



