Code of Practice กับ AI Governance ต่างกันอย่างไร

AI
2 mins read
2 mins read

Published

20 July, 2026

Language

Thai

Written by

Share

Code of Practice กับ AI Governance ต่างกันอย่างไร

สหภาพยุโรปกำลังผลักดัน Code of Practice เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ EU AI Act และยกระดับมาตรฐานการพัฒนา AI ที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบ บทความนี้อธิบายภาพรวมของ Code of Practice เป้าหมายของเอกสาร และเหตุผลที่ความโปร่งใสกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้ AI

Code of Practice มีบทบาทอย่างไรภายใต้ EU AI Act

การใช้งานปัญญาประดิษฐ์ในภาคธุรกิจและภาครัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และความรับผิดชอบของผู้พัฒนา AI สหภาพยุโรปจึงออก EU AI Act ซึ่งเป็นกฎหมายกำกับดูแล AI ฉบับแรกที่ครอบคลุมในระดับภูมิภาค พร้อมผลักดัน Code of Practice เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้พัฒนาและผู้ให้บริการ AI ปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อย่างเป็นรูปธรรม

Code of Practice ไม่ได้เป็นเพียงเอกสารเชิงเทคนิค แต่เป็นกรอบแนวทางที่ช่วยให้องค์กรสามารถแสดงให้เห็นว่าระบบ AI ได้รับการพัฒนาและใช้งานอย่างโปร่งใส คำนึงถึงความปลอดภัย และเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ใช้งาน

เป้าหมายของ Code of Practice คืออะไร

สาระสำคัญของ Code of Practice คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบนิเวศของ AI ผ่านการเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็น การบริหารจัดการความเสี่ยง และการกำกับดูแลตลอดวงจรชีวิตของโมเดล โดยเฉพาะ AI ที่มีความสามารถทั่วไปหรือ General-Purpose AI ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายบริบท

แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กร ผู้กำกับดูแล และผู้ใช้งานมีความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับวิธีการพัฒนาและใช้งาน AI ลดความไม่แน่นอนในการปฏิบัติตามกฎหมาย และส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมภายใต้กรอบที่รับผิดชอบต่อสังคม

ประเด็นสำคัญของ Code of Practice ได้แก่

• ส่งเสริมความโปร่งใสในการพัฒนาและการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับระบบ AI เพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม
• สนับสนุนการกำกับดูแลความเสี่ยง การจัดทำเอกสาร และการติดตามผลการทำงานของ AI ตลอดวงจรชีวิตของระบบ
• สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแล ผ่านมาตรฐานการพัฒนาที่สอดคล้องกับหลัก Responsible AI

ตัวอย่างผลกระทบต่อองค์กร

บริษัทที่พัฒนาโมเดล AI สำหรับตลาดยุโรปอาจต้องจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของข้อมูลฝึกสอน แนวทางการประเมินความเสี่ยง และมาตรการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของ Code of Practice และข้อกำหนดของ EU AI Act

อีกตัวอย่างคือองค์กรที่นำ AI มาใช้ในงานบริการลูกค้า หากสามารถอธิบายวิธีการทำงานของระบบ กำหนดผู้รับผิดชอบ และมีขั้นตอนตรวจสอบเมื่อเกิดข้อผิดพลาด จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานและลดความเสี่ยงด้านกฎหมายและชื่อเสียงขององค์กร

คำถามที่พบบ่อย

  • Code of Practice คืออะไร

Code of Practice คือแนวทางปฏิบัติที่จัดทำขึ้นเพื่อช่วยให้องค์กรและผู้พัฒนา AI ปฏิบัติตามข้อกำหนดของ EU AI Act โดยเน้นความโปร่งใส การจัดการความเสี่ยง และความรับผิดชอบในการพัฒนา AI

  • Code of Practice เป็นกฎหมายหรือไม่

Code of Practice ไม่ใช่กฎหมายโดยตรง แต่เป็นกรอบแนวทางที่สนับสนุนการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ EU AI Act และช่วยให้องค์กรแสดงให้เห็นว่ามีการกำกับดูแล AI อย่างเหมาะสม

  • องค์กรนอกยุโรปควรให้ความสำคัญหรือไม่

ควรให้ความสำคัญ หากองค์กรพัฒนา AI หรือให้บริการแก่ลูกค้าในสหภาพยุโรป หรือมีแผนขยายธุรกิจไปยังตลาดยุโรป เพราะข้อกำหนดของ EU AI Act อาจมีผลต่อการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI

สรุป

Code of Practice เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้องค์กรนำหลักการของ EU AI Act ไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการสร้างความโปร่งใส การกำกับดูแลความเสี่ยง และการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ใช้งาน ในระยะยาว แนวทางนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อกำหนดด้านกฎหมาย แต่ยังเป็นมาตรฐานที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบ AI และเพิ่มความน่าเชื่อถือขององค์กรในตลาดโลก

 

Written by
Senna Labs
Senna Labs

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

AI Transformation ในธุรกิจไทย : 5 กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง และบทเรียนสำคัญที่องค์กรควรเรียนรู้
AI Transformation ในธุรกิจไทย : 5 กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง และบทเรียนสำคัญที่องค์กรควรเรียนรู้
AI Transformation ในไทยเกิดขึ้นจริงแล้ว และกำลังเร่งตัวเร็วขึ้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เวลาพูดถึง AI Transformation หลายคนมักนึกถึงองค์กรระดับโลกอย่าง Google, Amazon หรือ Netflix แม้กรณีศึกษาจากต่างประเทศจะสร้างแรงบันดาลใจได้ดี แต่ผู้บริหารไทยจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกว่าบริบทขององค์กรไทยแตกต่างออกไป ทั้งในด้านงบประมาณ โครงสร้างองค์กร ข้อมูล และทรัพยากรบุคคล อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 องค์กรไทยจำนวนมากเริ่มนำ AI มาใช้จริงในระดับธุรกิจ และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ชัดเจน ทั้งด้านต้นทุน ประสิทธิภาพ และประสบการณ์ลูกค้า สิ่งสำคัญคือองค์กรเหล่านี้ไม่ได้เริ่มจากการ “ซื้อ AI มาใช้” แต่เริ่มจากการวางรากฐานด้านข้อมูล
20 Jul, 2026

by

ปี 2026 : องค์กรที่ชนะด้วย AI ทำอะไรแตกต่าง ?
ปี 2026 : องค์กรที่ชนะด้วย AI ทำอะไรแตกต่าง ?
ในปี 2026 ความได้เปรียบด้าน AI ไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึง Technology ในปี 2026 AI กำลังกลายเป็น Infrastructure พื้นฐานของธุรกิจในลักษณะเดียวกับ Internet และ Cloud Computing องค์กรจำนวนมากสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็น: ChatGPT Claude Gemini รวมถึง AI API และ Enterprise AI Platform ต่างๆ ดังนั้น ความแตกต่างระหว่างองค์กรที่ประสบความสำเร็จกับองค์กรทั่วไป จึงไม่ได้อยู่ที่ “ใครมี AI” แต่อยู่ที่
20 Jul, 2026

by

ROI ของ AI คืออะไร : ตัวเลขที่ผู้บริหารควรรู้ก่อนลงทุน AI
ROI ของ AI คืออะไร : ตัวเลขที่ผู้บริหารควรรู้ก่อนลงทุน AI
ก่อนลงทุน AI องค์กรต้องรู้ก่อนว่า “พร้อมแค่ไหน” หนึ่งในความผิดพลาดที่แพงที่สุดของ AI Transformation คือการเริ่มลงทุนโดยยังไม่เข้าใจว่าองค์กรตัวเองอยู่ในจุดไหน หลายองค์กรรีบซื้อ AI Platform หรือเริ่มโปรเจกต์ AI ทันที เพราะกลัวตามคู่แข่งไม่ทัน แต่กลับพบปัญหาในภายหลัง เช่น: • ข้อมูลไม่พร้อม • ทีมงานไม่เข้าใจ AI • ระบบเดิมเชื่อมต่อกันไม่ได้ • พนักงานไม่ใช้งานจริง • หรือไม่สามารถวัด ROI ได้ชัดเจน AI Readiness Assessment จึงกลายเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเริ่มลงทุน เพราะช่วยให้องค์กรเห็นภาพจริงว่า: • จุดแข็งอยู่ตรงไหน • จุดอ่อนคืออะไร • และควรเริ่มลงทุนจากส่วนใดก่อน การประเมินนี้ใช้เวลาไม่นาน
20 Jul, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com999 Gaysorn Centre, Unit 5B-1 (523), 5th Floor, Phloen Chit Road, Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy