สร้างโมเดล Machine Learning ที่พร้อมใช้งานจริง จากการทดลองเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ

AI
2 mins read
2 mins read

Published

30 July, 2026

Language

Thai

Written by

Share

สร้างโมเดล Machine Learning ที่พร้อมใช้งานจริง จากการทดลองเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ

ในการทำงาน ข้อมูลจริงมักไม่สมบูรณ์ มีความผันผวน และเต็มไปด้วยข้อยกเว้น ทำให้ความแม่นยำของโมเดลเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ ปัจจัยสำคัญที่กำหนดประสิทธิภาพของ AI คือ Loss Function ซึ่งช่วยให้โมเดลเรียนรู้จากความผิดพลาด ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพของโมเดล และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้อย่างยั่งยืน

ทำไมการเลือก Loss Function จึงสำคัญในการใช้งาน AI จริง

ข้อมูลในโลกธุรกิจไม่สมบูรณ์เหมือนข้อมูลในห้องทดลอง

โมเดล AI ที่ทำงานได้ดีในขั้นตอนทดลอง อาจไม่สามารถรักษาประสิทธิภาพเมื่อใช้งานจริง เนื่องจากข้อมูลในระบบธุรกิจมักมี Outliers หรือข้อมูลผิดปกติ รวมถึง Imbalanced Data ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีจำนวนตัวอย่างของแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน

ตัวอย่างเช่น ธุรกรรมทุจริตอาจมีสัดส่วนไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ของข้อมูลทั้งหมด หรือยอดขายอาจเพิ่มขึ้นผิดปกติในช่วงแคมเปญส่งเสริมการขาย หากเลือกใช้ Loss Function ที่ไม่เหมาะสม โมเดลอาจเรียนรู้จากข้อมูลผิดทิศทาง ส่งผลให้การตัดสินใจคลาดเคลื่อนและสร้างต้นทุนที่ไม่จำเป็นให้กับองค์กร

การเลือก Loss Function จึงควรสะท้อนลักษณะของข้อมูลและผลกระทบทางธุรกิจ มากกว่าการมุ่งเพิ่มค่าความแม่นยำของโมเดลเพียงอย่างเดียว

แนวทางเลือก Loss Function ให้เหมาะกับแต่ละประเภทของธุรกิจ

เลือกเครื่องมือให้สอดคล้องกับความเสี่ยงขององค์กร

การเลือก Loss Function ควรพิจารณาจากเป้าหมายของโครงการ AI และลักษณะของข้อมูลที่องค์กรใช้งาน

  • สำหรับงานคาดการณ์ตัวเลข : เช่น การพยากรณ์ยอดขาย การวางแผนอุปสงค์ หรือการบริหารสินค้าคงคลัง การเลือกใช้ Huber Loss หรือ Mean Absolute Error (MAE) มักเหมาะสมกว่า Mean Squared Error (MSE) เนื่องจากสามารถลดผลกระทบจากข้อมูลผิดปกติที่เกิดจากความผันผวนของตลาดได้ดีกว่า

ในระบบตรวจจับการทุจริต การวิเคราะห์ความเสี่ยง หรือการตรวจจับความผิดปกติ ซึ่งข้อมูลที่ต้องการค้นหามีจำนวนน้อยมาก การใช้ Focal Loss จะช่วยให้โมเดลให้ความสำคัญกับตัวอย่างที่ตรวจจับได้ยาก แทนที่จะเรียนรู้จากข้อมูลปกติซึ่งมีจำนวนมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

  • สำหรับงานด้าน Reinforcement Learning : เช่น ระบบควบคุมหุ่นยนต์ ระบบแนะนำการตัดสินใจ หรือระบบซื้อขายอัตโนมัติ การใช้ PPO Loss จะช่วยให้โมเดลปรับปรุงนโยบายการตัดสินใจได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง และเพิ่มเสถียรภาพของระบบในระยะยาว

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้

การเลือก Loss Function ที่เหมาะสมสามารถสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจนในหลายอุตสาหกรรม

  • ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ใช้ AI คาดการณ์ยอดขาย มักเผชิญยอดสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นผิดปกติในช่วงเทศกาลหรือแคมเปญส่งเสริมการขาย หากใช้ MSE โมเดลอาจให้ความสำคัญกับข้อมูลผิดปกติมากเกินไป ส่งผลให้คาดการณ์ยอดขายสูงกว่าความเป็นจริง การเลือกใช้ Huber Loss หรือ MAE จะช่วยลดอิทธิพลของข้อมูลผิดปกติ ทำให้การวางแผนสินค้าคงคลังและห่วงโซ่อุปทานมีความแม่นยำมากขึ้น

 

  • ภาคการเงินและธนาคารต้องตรวจจับธุรกรรมทุจริตที่มีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยของข้อมูลทั้งหมด หากใช้ Binary Cross Entropy แบบมาตรฐาน โมเดลอาจมีค่าความแม่นยำสูง แต่ตรวจจับธุรกรรมผิดปกติได้น้อย การใช้ Focal Loss ช่วยให้ระบบมุ่งเน้นการเรียนรู้จากธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ลดความเสียหายทางการเงิน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยง

ตัวอย่างทั้งสองสะท้อนให้เห็นว่า การเลือก Loss Function ไม่ใช่เพียงประเด็นทางเทคนิค แต่เป็นการตัดสินใจที่ส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์ทางธุรกิจ

คำถามที่พบบ่อย 

  • Outliers ส่งผลต่อการทำงานของ AI อย่างไร

Outliers คือข้อมูลที่มีค่าผิดปกติจากข้อมูลส่วนใหญ่ หากโมเดลไม่สามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม อาจทำให้การคาดการณ์คลาดเคลื่อนและลดประสิทธิภาพของ AI ในการใช้งานจริง

  • Huber Loss เหมาะกับงานประเภทใด

Huber Loss เหมาะกับงานคาดการณ์ตัวเลข เช่น ยอดขาย ราคา หรืออุปสงค์สินค้า เนื่องจากสามารถลดผลกระทบจากข้อมูลผิดปกติได้ดีกว่า MSE

  • Focal Loss ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโมเดลอย่างไร

Focal Loss ช่วยให้โมเดลให้ความสำคัญกับข้อมูลที่เรียนรู้ได้ยากหรือมีจำนวนไม่มาก เช่น การตรวจจับการทุจริตหรือการวิเคราะห์โรค ทำให้สามารถตรวจจับเหตุการณ์สำคัญได้แม่นยำขึ้น

 

สรุป

การเลือก Loss Function เป็นมากกว่าการตั้งค่าทางคณิตศาสตร์ แต่เป็นการกำหนดแนวทางการเรียนรู้ของ AI ให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร หากเลือกใช้ได้เหมาะสม โมเดลจะสามารถรับมือกับข้อมูลในโลกจริง ลดผลกระทบจากข้อมูลผิดปกติ และตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับผู้บริหาร การเข้าใจบทบาทของ Loss Function จะช่วยให้สามารถกำหนดกรอบการพัฒนา AI ที่เชื่อมโยงกับความเสี่ยง ต้นทุน และผลตอบแทนทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน นำไปสู่การลงทุนด้าน AI ที่สร้างคุณค่าได้จริง และเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

 

Written by
Senna Labs
Senna Labs

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

AI Transformation ในธุรกิจไทย : 5 กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง และบทเรียนสำคัญที่องค์กรควรเรียนรู้
AI Transformation ในธุรกิจไทย : 5 กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง และบทเรียนสำคัญที่องค์กรควรเรียนรู้
AI Transformation ในไทยเกิดขึ้นจริงแล้ว และกำลังเร่งตัวเร็วขึ้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เวลาพูดถึง AI Transformation หลายคนมักนึกถึงองค์กรระดับโลกอย่าง Google, Amazon หรือ Netflix แม้กรณีศึกษาจากต่างประเทศจะสร้างแรงบันดาลใจได้ดี แต่ผู้บริหารไทยจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกว่าบริบทขององค์กรไทยแตกต่างออกไป ทั้งในด้านงบประมาณ โครงสร้างองค์กร ข้อมูล และทรัพยากรบุคคล อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 องค์กรไทยจำนวนมากเริ่มนำ AI มาใช้จริงในระดับธุรกิจ และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ชัดเจน ทั้งด้านต้นทุน ประสิทธิภาพ และประสบการณ์ลูกค้า สิ่งสำคัญคือองค์กรเหล่านี้ไม่ได้เริ่มจากการ “ซื้อ AI มาใช้” แต่เริ่มจากการวางรากฐานด้านข้อมูล
31 Jul, 2026

by

ปี 2026 : องค์กรที่ชนะด้วย AI ทำอะไรแตกต่าง ?
ปี 2026 : องค์กรที่ชนะด้วย AI ทำอะไรแตกต่าง ?
ในปี 2026 ความได้เปรียบด้าน AI ไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึง Technology ในปี 2026 AI กำลังกลายเป็น Infrastructure พื้นฐานของธุรกิจในลักษณะเดียวกับ Internet และ Cloud Computing องค์กรจำนวนมากสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็น: ChatGPT Claude Gemini รวมถึง AI API และ Enterprise AI Platform ต่างๆ ดังนั้น ความแตกต่างระหว่างองค์กรที่ประสบความสำเร็จกับองค์กรทั่วไป จึงไม่ได้อยู่ที่ “ใครมี AI” แต่อยู่ที่
31 Jul, 2026

by

ROI ของ AI คืออะไร : ตัวเลขที่ผู้บริหารควรรู้ก่อนลงทุน AI
ROI ของ AI คืออะไร : ตัวเลขที่ผู้บริหารควรรู้ก่อนลงทุน AI
ก่อนลงทุน AI องค์กรต้องรู้ก่อนว่า “พร้อมแค่ไหน” หนึ่งในความผิดพลาดที่แพงที่สุดของ AI Transformation คือการเริ่มลงทุนโดยยังไม่เข้าใจว่าองค์กรตัวเองอยู่ในจุดไหน หลายองค์กรรีบซื้อ AI Platform หรือเริ่มโปรเจกต์ AI ทันที เพราะกลัวตามคู่แข่งไม่ทัน แต่กลับพบปัญหาในภายหลัง เช่น: • ข้อมูลไม่พร้อม • ทีมงานไม่เข้าใจ AI • ระบบเดิมเชื่อมต่อกันไม่ได้ • พนักงานไม่ใช้งานจริง • หรือไม่สามารถวัด ROI ได้ชัดเจน AI Readiness Assessment จึงกลายเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเริ่มลงทุน เพราะช่วยให้องค์กรเห็นภาพจริงว่า: • จุดแข็งอยู่ตรงไหน • จุดอ่อนคืออะไร • และควรเริ่มลงทุนจากส่วนใดก่อน การประเมินนี้ใช้เวลาไม่นาน
31 Jul, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com999 Gaysorn Centre, Unit 5B-1 (523), 5th Floor, Phloen Chit Road, Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy