การลงทุน AI กำลังเปลี่ยนจากกระแส GenAI สู่การเลือกเทคนิคให้เหมาะกับงาน

AI
2 mins read
2 mins read

Published

24 June, 2026

Language

Thai

Written by

Share

การลงทุน AI กำลังเปลี่ยนจากกระแส GenAI สู่การเลือกเทคนิคให้เหมาะกับงาน

Gartner ชี้ว่าการลงทุนด้าน AI กำลังเปลี่ยนจากกระแสของ Generative AI ไปสู่การลงทุนที่เป็นรากฐานและขยายผลได้จริง ประเด็นสำคัญคือ AI ไม่ได้มีเพียงเทคนิคเดียว และโจทย์ธุรกิจแต่ละแบบก็เหมาะกับเทคนิคที่ต่างกัน

สิ่งที่สะท้อนเรื่องนี้ได้ดีคือแผนผังความเหมาะสมของเทคนิค AI ที่จับคู่กลุ่มงานกับเทคนิคต่าง ๆ และแสดงว่า Generative AI ไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทุกงาน บทความนี้สรุปเทคนิค AI หลักที่ควรรู้จัก และวิธีเลือกให้เหมาะกับโจทย์

ทำไมการลงทุน AI กำลังย้ายจากกระแสสู่รากฐาน

ในช่วงที่ผ่านมา ความสนใจส่วนใหญ่ทุ่มไปที่ Generative AI จนหลายองค์กรเข้าใจว่า AI คือ GenAI แต่เมื่อต้องสร้างคุณค่าจริงในระดับองค์กร คำถามเปลี่ยนจาก จะใช้ GenAI อย่างไร ไปเป็น เทคนิค AI แบบใดเหมาะกับงานนี้ที่สุด

การลงทุนที่ยั่งยืนจึงไม่ใช่การไล่ตามกระแส แต่คือการวางรากฐานที่ขยายผลได้และเลือกเทคนิคให้ตรงกับโจทย์ องค์กรที่เข้าใจว่ามีเทคนิค AI หลายแบบ จะจัดสรรการลงทุนได้คุ้มค่ากว่าการทุ่มไปที่ GenAI เพียงอย่างเดียว

6 เทคนิค AI หลักที่ควรรู้จัก

แผนผังของ Gartner จัดกลุ่มเทคนิค AI ที่พบบ่อยไว้หกแบบ แต่ละแบบเหมาะกับงานต่างกัน

  1. Generative models : หรือโมเดลกำเนิด เหมาะกับการสร้างเนื้อหา การสนทนาโต้ตอบ การค้นพบความรู้ และงานด้านการรับรู้

  2. Nongenerative machine learning : หรือแมชชีนเลิร์นนิงแบบไม่กำเนิด เหมาะกับการพยากรณ์ การจำแนกประเภท และการตรวจจับความผิดปกติ

  3. Optimization : หรือการหาค่าที่เหมาะที่สุด เหมาะกับการวางแผน การตัดสินใจเชิงข้อมูล และระบบอัตโนมัติที่ต้องจัดสรรทรัพยากรภายใต้ข้อจำกัด

  4. Simulation : หรือการจำลองสถานการณ์ เหมาะกับการพยากรณ์และการตัดสินใจที่ต้องทดสอบสถานการณ์สมมติ

  5. Rules and heuristics : หรือกฎและฮิวริสติก เหมาะกับงานอัตโนมัติที่มีเงื่อนไขชัดเจนและการตัดสินใจตามกฎ

  6. Graphs : หรือการวิเคราะห์เชิงกราฟ เหมาะกับการวางแผน ระบบแนะนำ การค้นพบความรู้ และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกัน

เลือกเทคนิคให้เหมาะกับโจทย์

ข้อมูลจากแผนผังชี้ชัดว่า Generative AI โดดเด่นเฉพาะบางกลุ่มงาน เช่น การสร้างเนื้อหา การสนทนาโต้ตอบ การค้นพบความรู้ และการรับรู้ ขณะที่งานอย่างการพยากรณ์ การวางแผน และการตัดสินใจเชิงข้อมูล มักเหมาะกับแมชชีนเลิร์นนิงแบบไม่กำเนิด การหาค่าที่เหมาะที่สุด การจำลอง หรือการวิเคราะห์เชิงกราฟมากกว่า

นี่คือเหตุผลที่การทุ่มลงทุนไปที่ GenAI เพียงอย่างเดียวอาจพลาดคุณค่าส่วนใหญ่ในองค์กร การเลือกเทคนิคให้ตรงกับลักษณะของงานคือสิ่งที่ทำให้การลงทุน AI ให้ผลตอบแทนสูงและขยายผลได้จริง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ทำไมการลงทุน AI จึงเปลี่ยนจาก GenAI สู่รากฐาน

เพราะเมื่อต้องสร้างคุณค่าจริงในระดับองค์กร โจทย์เปลี่ยนจากการใช้ GenAI ไปสู่การเลือกเทคนิค AI ที่เหมาะกับงานและขยายผลได้ การลงทุนที่ยั่งยืนจึงเน้นรากฐานมากกว่ากระแส

  • เทคนิค AI หลักมีอะไรบ้าง

ตามแผนผังของ Gartner มีหกแบบ ได้แก่ Generative models, Nongenerative machine learning, Optimization, Simulation, Rules and heuristics และ Graphs โดยแต่ละแบบเหมาะกับงานต่างกัน

  • Generative AI เหมาะกับงานแบบไหน

เหมาะกับการสร้างเนื้อหา การสนทนาโต้ตอบ การค้นพบความรู้ และการรับรู้ ส่วนงานพยากรณ์ วางแผน และตัดสินใจเชิงข้อมูล มักเหมาะกับเทคนิคอื่นอย่าง ML แบบไม่กำเนิด การหาค่าที่เหมาะที่สุด หรือการวิเคราะห์เชิงกราฟมากกว่า

สรุป

การลงทุน AI ที่สร้างคุณค่าจริงกำลังเปลี่ยนจากการไล่ตามกระแส GenAI ไปสู่การวางรากฐานและเลือกเทคนิคให้เหมาะกับงาน แผนผังเทคนิค AI ของ Gartner ย้ำว่า Generative AI ไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับทุกโจทย์

สำหรับผู้บริหาร การเข้าใจว่ามีเทคนิค AI หลายแบบและเลือกให้ตรงกับลักษณะของงาน คือสิ่งที่ทำให้การลงทุน AI คุ้มค่าและขยายผลได้ องค์กรที่ลงทุนตามโจทย์จริงจะได้เปรียบกว่าองค์กรที่ทุ่มไปที่กระแสเพียงอย่างเดียว

 

Written by
Senna Labs
Senna Labs

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

AI Transformation ในธุรกิจไทย : 5 กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง และบทเรียนสำคัญที่องค์กรควรเรียนรู้
AI Transformation ในธุรกิจไทย : 5 กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริง และบทเรียนสำคัญที่องค์กรควรเรียนรู้
AI Transformation ในไทยเกิดขึ้นจริงแล้ว และกำลังเร่งตัวเร็วขึ้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เวลาพูดถึง AI Transformation หลายคนมักนึกถึงองค์กรระดับโลกอย่าง Google, Amazon หรือ Netflix แม้กรณีศึกษาจากต่างประเทศจะสร้างแรงบันดาลใจได้ดี แต่ผู้บริหารไทยจำนวนไม่น้อยยังรู้สึกว่าบริบทขององค์กรไทยแตกต่างออกไป ทั้งในด้านงบประมาณ โครงสร้างองค์กร ข้อมูล และทรัพยากรบุคคล อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 องค์กรไทยจำนวนมากเริ่มนำ AI มาใช้จริงในระดับธุรกิจ และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดได้ชัดเจน ทั้งด้านต้นทุน ประสิทธิภาพ และประสบการณ์ลูกค้า สิ่งสำคัญคือองค์กรเหล่านี้ไม่ได้เริ่มจากการ “ซื้อ AI มาใช้” แต่เริ่มจากการวางรากฐานด้านข้อมูล
24 Jun, 2026

by

ปี 2026 : องค์กรที่ชนะด้วย AI ทำอะไรแตกต่าง ?
ปี 2026 : องค์กรที่ชนะด้วย AI ทำอะไรแตกต่าง ?
ในปี 2026 ความได้เปรียบด้าน AI ไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึง Technology ในปี 2026 AI กำลังกลายเป็น Infrastructure พื้นฐานของธุรกิจในลักษณะเดียวกับ Internet และ Cloud Computing องค์กรจำนวนมากสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็น: ChatGPT Claude Gemini รวมถึง AI API และ Enterprise AI Platform ต่างๆ ดังนั้น ความแตกต่างระหว่างองค์กรที่ประสบความสำเร็จกับองค์กรทั่วไป จึงไม่ได้อยู่ที่ “ใครมี AI” แต่อยู่ที่
24 Jun, 2026

by

ROI ของ AI คืออะไร : ตัวเลขที่ผู้บริหารควรรู้ก่อนลงทุน AI
ROI ของ AI คืออะไร : ตัวเลขที่ผู้บริหารควรรู้ก่อนลงทุน AI
ก่อนลงทุน AI องค์กรต้องรู้ก่อนว่า “พร้อมแค่ไหน” หนึ่งในความผิดพลาดที่แพงที่สุดของ AI Transformation คือการเริ่มลงทุนโดยยังไม่เข้าใจว่าองค์กรตัวเองอยู่ในจุดไหน หลายองค์กรรีบซื้อ AI Platform หรือเริ่มโปรเจกต์ AI ทันที เพราะกลัวตามคู่แข่งไม่ทัน แต่กลับพบปัญหาในภายหลัง เช่น: • ข้อมูลไม่พร้อม • ทีมงานไม่เข้าใจ AI • ระบบเดิมเชื่อมต่อกันไม่ได้ • พนักงานไม่ใช้งานจริง • หรือไม่สามารถวัด ROI ได้ชัดเจน AI Readiness Assessment จึงกลายเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเริ่มลงทุน เพราะช่วยให้องค์กรเห็นภาพจริงว่า: • จุดแข็งอยู่ตรงไหน • จุดอ่อนคืออะไร • และควรเริ่มลงทุนจากส่วนใดก่อน การประเมินนี้ใช้เวลาไม่นาน
24 Jun, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com999 Gaysorn Centre, Unit 5B-1 (523), 5th Floor, Phloen Chit Road, Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy