DESIGN | 7 mins read

Netflix ใช้ A/B Testing เพื่อตอบโจทย์กับผู้ใช้งานทั้งโลก

By Pae Praewpailin on 06 Jan 2021
sennalabs-blog-banner

คงไม่มีใครในที่นี้ ไม่รู้จักบริการสตรีมมิงที่นำเสนอความบันเทิงหลากหลายครบรส ทั้งรายการทีวี ภาพยนตร์ อนิเมะ สารคดีที่ชนะรางวัล และอีกมากมายอย่าง 'Netfilx' ที่มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างประสบการณ์ผู้ใช้ที่ใช้งานง่าย สนุกสนาน และช่วยให้สมาชิกค้นหาและเพลิดเพลินกับเรื่องราวบนแพลตฟอร์มได้รวดเร็วที่สุด แต่รู้หรือไม่ เบื้องหลังความสำเร็จนั้นมีองค์ประกอบหลายอย่างประกอบกัน รวมไปถึงการนำ A/B Testing มาทดสอบในหลาย ๆ ส่วนเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดก่อนนำไปให้ User ได้ใช้จริง

ในบทความนี้จะขยายความเรื่อง “การเลือกอาร์ตเวิร์กที่ดีที่สุดสำหรับวิดีโอ ผ่านการทดสอบ A/B Testing” (Selecting the best artwork for videos through A/B testing ) ซึ่งอธิบายผ่าน Netflix Technology Blog เพราะว่าทางบริษัทเองก็มีการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยหลักในการเลือกรับชมวิดีโอต่าง ๆ ภายในแพลตฟอร์มด้วยเช่นกัน

(Photo credit. netflixtechblog.com)

จุดสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้งานตัดสินใจดูวิดีโอ

เพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพมากยิ่งขึ้นในการนำ A/B Testing ไปใช้ นอกเหนือจาก UX/UI ที่ดี เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจแล้ว ยังมีปัจจัยหลักอีกอย่างหนึ่งที่ทำผู้ใช้งานกดดูวิดีโอมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือ 'อาร์ตเวิร์ก(Artwork)' ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดึงดูดความสนใจ หรือตัดสินว่าจะดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากต้องมีการจัดวางตัวอักษรและสีที่เลือกใช้ให้เข้ากับตัวหนังมากที่สุด และอาร์ตเวิร์กนั้น ๆ ยังต้องสามารถสื่อรายละเอียดหรือใจความสำคัญของหนังเรื่องนั้นให้ได้ภายใน 1 ภาพอีกด้วย

Netfilx ได้ตั้งเกณฑ์ไว้ว่า ถ้าไม่สามารถทำให้ผู้ใช้เห็นแล้วกดเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือเลือกดูวิดีโอนั้น ๆ ได้ภายใน 90 วินาที ถือว่าอาร์ตเวิร์กนั้นล้มเหลว หรือยังไม่ตอบโจทย์ต่อความชื่นชอบของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ผู้ใช้หมดความสนใจ และออกจากแพลตฟอร์ม เพื่อไปทำกิจกรรมอย่างอื่นนั่นเอง

กว่าจะได้ Artwork ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ของ Netfilx

การจะทำอาร์ตเวิร์กให้ตอบโจทย์และถูกใจผู้ใช้งาน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น เชื้อชาติ รสนิยม ความสนใจ และความชื่นชอบที่หลากหลายของแต่ละบุคคล

เมื่อรู้ถึงปัญหาแล้ว ก็จำเป็นจะต้องหาวิธีทางแก้ไขให้เร็วที่สุดตามแต่ละกรณีของผู้ใช้ โดยการนำ A/B Testing เข้ามาใช้ในการทดสอบอาร์ตเวิร์กต่าง ๆ  ซึ่งทาง Netfilx ได้มีการทำอาร์ตเวิร์กออกมามากมาย หลายรูปแบบให้ตอบโจทย์กับความชื่นชอบที่หลากหลาย

ตามดังตัวอย่างภาพด้านล่าง เป็นอาร์ตเวิร์กหลายรูปแบบสำหรับซีรีย์ Stranger Things ที่ทำออกมาเพื่อสร้างความแตกต่างกันให้ครอบคลุมธีมต่าง ๆ  ซึ่งระบบจะนำเสนอตัวอาร์ตเวิร์กตามความชื่นชอบหรือความสนใจของผู้ใช้งานแต่ละบุคคล

(Photo credit. netflixtechblog.com)

ระบบของ Netflix สามารถแนะนำหนังให้ผู้ใช้งานแต่ละคนตามความชื่นชอบ และเหมาะสม ด้วยประเภทหนังที่ครอบคลุม เนื้อหาหลากหลาย ทำให้ฐานสมาชิกทั่วโลกที่มีหลายเชื้อชาติมากกว่าร้อยล้านบัญชีรู้สึกได้ว่า เนื้อหาน่าสนใจ ซึ่งตัวอาร์ตเวิร์กจะเป็นตัวถ่ายทอดอารมณ์ และแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของความเป็นภาพยนต์ / ซีรีย์นั้น ๆ เพื่อให้ Netflix สามารถแนะนำสิ่งที่ดีที่สุดตามความชื่นชอบของผู้ใช้แต่ละคน

ภาพตัวอย่างด้านล่าจากซิตคอม Unbreakable Kimmy Schmidt และซีรีส์การ์ตูน Dragons: Race to the Edge แสดงให้เห็นว่ามีการทำอาร์ตเวิร์กมากกว่า 1 แบบ เพื่อเพิ่มความดึงดูดและน่าสนใจในการตัดสินใจรับชม ครอบคลุมฐานผู้ชมที่หลากหลาย

(Photo credit. netflixtechblog.com)

ซึ่งสุดท้ายแล้วการทดสอบ A/B Testing ก็คือ ขั้นตอนสุดท้ายในการสร้างงานสิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการนำไปวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้ ซึ่งผลที่ได้จากการทดลองอาจผิดพลาดบ้าง แต่เราก็สามารถที่จะเรียนรู้จากสิ่งเหล่านั้นและนำมาปรับปรุง เพราะทุกข้อผิดพลาดทำให้เราพัฒนาและเรียนรู้ เพิ่มประสบการณ์และแนวทางในการทำงานให้ออกมาดีที่สุด อีกทั้งการทำ A/B Testing ยังช่วยสร้างความมั่นใจว่าผลลัพธ์ที่ผ่านการทดสอบเป็นสิ่งตอบโจทย์ที่สุดสำหรับผู้ใช้อีกด้วย

ติดตามอ่านบทความดี ๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Technology, Design, Business และ อื่น ๆ ทาง Senna Labs Blog ได้ทุกวัน

Written By
Faculty of Information and Communication Technology, Silpakorn University
Faculty of Information and Communication Technology, Silpakorn University

Please Tell Us Your Ideas

We will get back to you within 24 hours!