BUSINESS | 5 mins read

วิธีลด Development Cost ด้วย MVP ของ Startup

By Gift on 20 Jan 2021
sennalabs-blog-banner

ทุกวันนี้ การมีธุรกิจของตัวเองยังคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีบริษัท startup เกิดขึ้นใหม่ทุกวันทั่วโลก แต่มีจำนวนน้อยมากที่ประสบความสำเร็จ จึงเกิดคำถามที่ว่า จะทำยังไงให้เราโชคดีแบบนั้น คำตอบคือไม่มีความโชคดีใด ๆ ที่ช่วยคุณได้ คุณต้องทำงานหนัก ลงแรงเพื่อที่จะได้มันมา

เมื่อพูดว่าเป็น startup แล้วแน่นอนว่าทุกอย่างเริ่มจากศูนย์ เราจะยังไม่มีตลาดและกลุ่มลูกค้าที่แน่นอน เราจะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้เรารู้ว่าเราไปถูกทางได้เร็วที่สุด ซึ่งหนึ่งในนั้นที่หลายคนนิยมทำกันมานานแล้วก็คือ การทำ ​MVP

MVP คืออะไร

MVP ย่อมาจาก Minimum Viable Product คำนิยามของ MVP โดย Steve Blank และ Eric Ries คือ สินค้าที่มีเฉพาะฟีเจอร์ที่สามารถใช้วัดตลาดและกลุ่มลูกค้าให้ได้มากที่สุด โดยใช้กำลังและเวลาในการพัฒนาให้น้อยที่สุด ซึ่งวิธีการนี้ได้รับการรับรองแล้วว่าได้ผลจริงจากบริษัทใหญ่หลายบริษัทที่ก็ใช้ MVP เป็นจุดเริ่มต้นเช่นกัน

มาดูรูปตัวอย่างของ concept การทำ MVP กันบ้าง

sennalabs-MinimumViableProduct-How_to_build_MVP_Startup

จากรูปจะเห็นว่า แทนที่เราจะเลือกทำแบบภาพใหญ่ทีเดียว (มีครบทุกฟีเจอร์ตั้งแต่แรกแบบภาพบน) การเปลี่ยนมาทำแบบรูปล่าง (เริ่มจากเป็นสเก็ตบอร์ด แล้วค่อย ๆ ขยายจนเป็นรถยนต์) จะทำให้ลดความเสี่ยงในการทำสินค้าออกมาไม่ตอบโจทย์ของลูกค้าได้มากกว่า ลดเวลาในการพัฒนา ขายสินค้าได้เร็วขึ้น และได้รับ feedback จากลูกค้าเร็วขึ้น

เริ่มต้นการทำ MVP

การจะเริ่มทำ MVP สิ่งแรกที่ควรทำคือ ตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ก่อน เพื่อให้แน่ใจว่ามีความต้องการของตลาดจริง

  • สินค้าที่เรากำลังจะพัฒนาทำมาเพื่อแก้ปัญหาอะไร
  • ใครคือกลุ่มคนที่มีปัญหานั้นอยู่ (กลุ่มลูกค้า)
  • แล้วปัญหานั้นใหญ่แค่ไหน 
  • ปัจจุบันกลุ่มคนเหล่านั้นแก้ปัญหากันอย่างไร
  • อะไรคือจุดเสี่ยงที่จะทำให้คนไม่ใช้สินค้า (เช่น กรณีของ AirBnb จะต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ผู้คนจะยอมเสี่ยงให้คนแปลกหน้าเข้ามาพักในบ้านได้หรือไม่)

ขั้นตอนถัดไปคือการหาฟีเจอร์ที่เป็น must-have และ nice-to-have ยกตัวอย่างเช่น เราต้องการจะเปิดร้านออนไลน์เพื่อขายจักรยานรุ่น limited ฟีเจอร์ must-have แรกที่ต้องมีคือลูกค้าต้องซื้อสินค้าได้ ส่วนฟีเจอร์ nice-to-have ก็อาจจะเป็น การใช้งานส่วนลดหรือคูปองในเว็บไซต์ได้

ให้เราถามคำถามกับทุกฟีเจอร์ที่ต้องการใส่เข้าไปใน MVP ว่า เมื่อเอาเข้ามาแล้ว มันช่วย validate ไอเดียของสินค้านั้นเพื่อลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจได้มั้ย

เมื่อเราได้ฟีเจอร์ของ MVP ออกมาแล้ว สิ่งที่เหลือก็คือพัฒนามันออกมาแล้วคอยตรวจสอบ feedback จากลูกค้าเท่านั้น!

ยังไม่แน่ใจในไอเดียของตัวเอง หรืออยากได้คำปรึกษาในการทำ MVP คลิกที่นี่

Written By
A person with computer engineering background, loves to find tech solution for clients, believes that every problem can turn into an opportunity.
A person with computer engineering background, loves to find tech solution for clients, believes that every problem can turn into an opportunity.

Please Tell Us Your Ideas

We will get back to you within 24 hours!