BUSINESS | 6 mins read

เข้าใจ Youtube Algorithm : อยากให้คลิปอยู่อันดับต้น ๆ ต้องมีอะไรบ้าง?

By Pat Napat on 10 Jun 2021
sennalabs-blog-banner

เชื่อว่า ยูทูบเบอร์ (YouTubers) หรือแม้กระทั่งแบรนด์ต่าง ๆ ย่อมต้องการให้คลิปมีคนเข้าชมเป็นจำนวนมาก ยิ่งยอดเข้าชมมากเท่าไหร่ โอกาสที่คลิปวิดีโอนั้นจะดัง และเป็นที่พูดถึงก็มากขึ้น แบรนด์ได้โปรโมตสินค้าและบริการ นอกจากนี้ เจ้าของช่องยูทูบ (YouTube Channel) ก็จะได้รับรายได้ตามสัดส่วนยอดวิว (Views) อีกด้วย 

การที่จะทำให้ยอดเข้าชมสูงขึ้นนั้น สิ่งสำคัญก็คือ อันดับการค้นหา (Search Ranking) ถ้าคลิปแสดงผลอยู่อันดับต้น ๆ ของการค้นหา แนวโน้มที่ผู้ชมจะคลิกเข้าไปดูคลิปก็เพิ่มสูงขึ้น เรามาดูกันว่ามีปัจจัยสำคัญอะไรบ้างที่ YouTube ใช้ในการจัดอันดับของคลิปวิดีโอค่ะ

คีย์เวิร์ด

คีย์เวิร์ด (Keywords) นับเป็นส่วนสำคัญในการจัดอันดับของ YouTube เพราะยิ่งคีย์เวิร์ดสามารถอธิบายตัวคลิปวิดีโอได้ดีเท่าไร ยิ่งทำให้ Algorithm ของ YouTube เข้าใจคลิปนั้น ๆ ได้ดีมากขึ้น ยูทูบเบอร์ควรใส่คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องในส่วนต่าง ๆ ดังนี้

• คำอธิบายช่องยูทูบ (Channel Description)
• คำอธิบายคลิปวิดีโอ (Video Description)
• ชื่อคลิปวิดีโอ (Video Title)
• พูดถึงในคลิปวิดีโอ
• ซับไตเติล (Video Transcripts)
• แท็ก (Video Tags)

ตัวอย่างการค้นหาคลิปวิดีโอด้วยคีย์เวิร์ดบน YouTube 

เครื่องมือแนะนำในการช่วยค้นหาคีย์เวิร์ดสำหรับคลิปวิดีโอบน YouTube มีมากมาย อย่างเช่น Ahrefs TubeBuddy และ VidIQ เป็นต้น

ชื่อคลิปวิดีโอ (Video Title)

ชื่อคลิปวิดีโอ (Video Title) เป็นสิ่งแรกที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าวิดีโอนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ซึ่งควรจะสั้น กระชับ และมีคีย์เวิร์ดในชื่อคลิป แต่ควรมีประมาณ 5 คำขึ้นไปเพื่อให้อ่านแล้วสามารถเข้าใจได้ง่าย ซึ่ง YouTube กำหนดให้ชื่อวิดีโอมีความยาวไม่เกิน 100 ตัวอักษร และจะถูกตัดออกเมื่อเกิน 70 ตัวอักษรเมื่อแสดงในผลการค้นหาบนสมาร์ทโฟน เพราะพื้นที่ในการแสดงชื่อคลิปวิดีโอจะน้อยกว่าการค้นหาผ่านคอมพิวเตอร์ 

คำอธิบายคลิปวิดีโอ (Video Description)

YouTube จำกัดคำอธิบายคลิปวิดีโอ (Video Description) อยู่ที่ 5,000 ตัวอักษร โดยจำนวนคำที่แนะนำอยู่ที่ 250 คำเป็นอย่างน้อย และคีย์เวิร์ดหลัก ๆ ของคลิปควรอยู่ประมาณ 25 คำแรกของคำอธิบาย นอกจากจะอธิบายว่าคลิปวิดีโอเกี่ยวข้องกับอะไรแล้ว ยูทูบเบอร์สามารถใส่รายละเอียดหรืออ้างอิงเพิ่มเติมจากในคลิป และโปรโมตแบรนด์หรือช่องยูทูบของตัวเอง โดยเพิ่มข้อมูลและ URL ของช่องทางอื่น ๆ ในคำอธิบาย

ยอดเข้าชม (View Count)

ถ้าคลิปวิดีโอไหนมียอดเข้าชม หรือ ยอดวิว (View Count) มาก YouTube จะแสดงผลการค้นหาอยู่อันดับต้น ๆ โดยอัตโนมัติ ดังนั้น การโปรโมตไปยังโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อดึงให้คนเข้ามารับชมนั้น จึงมีประโยชน์ในการเพิ่มยอดเข้าชมในอนาคตได้เป็นอย่างดี

แท็ก (Tag)

ยูทูบเบอร์ควรใส่คำสำคัญที่เกี่ยวของกับวิดีโอไว้ที่ แท็ก (Tags) ทุกครั้ง เพราะเป็นการทำ SEO ให้กับคลิปของคุณ ทำให้คลิปหาเจอได้ง่ายขึ้น แท็กที่ใส่ควรมีดังนี้

• คีย์เวิร์ดหลักที่ตรงกับเนื้อหามากที่สุด (Main Keyword)
• คีย์เวิร์ดที่มีความกว้าง ครอบคลุม และมีแนวโน้มว่าคนจะเสิร์ชหาเยอะ (Broad Keywords)
• คีย์เวิร์ดที่เฉพาะเจาะจงกับหัวข้อหรือเนื้อหาในคลิป (Specific Keywords)

ตัวอย่างคีย์เวิร์ดที่ควรใส่ในแท็ก

คุณภาพของวิดีโอ

YouTube จัดอันดับให้คลิปวิดีโอที่มีคุณภาพสูง ภาพคมชัดกว่า อยู่ในอันดับแรก ๆ ของการค้นหา เพราะคลิปที่คมชัดมีความเป็นมิตรต่อผู้รับชมมากกว่า ซึ่งแต่ละ Channel ควรจะอัปโหลดคลิปที่มีคุณภาพสูงระดับ High Definition (HD) ขึ้นไป 

ปัจจุบันยูทูบได้ถอดความคมชัดระดับ 720p ออกจาก HD ไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2563 จึงทำให้ความคมชัดระดับ HD ขึ้นไป ได้แก่ 

• 1080p และ 1440p อยู่ในระดับ HD 
• 2160p อยู่ในระดับ 4K
• 4320p อยู่ในระดับ 8K 

นอกจากนี้ ผู้รับชมยังสามารถค้นหาวิดีโอในยูทูบ โดยฟิลเตอร์เฉพาะวิดีโอคุณภาพระดับ HD และ 4K ได้อีก จึงลดโอกาสที่คลิปวิดีโอคุณภาพต่ำกว่า 1080p จะถูกรับชม

 

ภาพตัวอย่างของวิดีโอ (Thumbnail)

Thumbnail หรือ ภาพตัวอย่างของวิดีโอ คือภาพนิ่งก่อนที่ผู้ชมจะคลิกเข้ามาดูคลิปวิดีโอนั่นเอง Thumbnail ควรสะดุดตาเพื่อดึงความสนใจของผู้ค้นหาให้มารับชม อาจใช้สีสัน และการผสมผสานระหว่างข้อความ ภาพผู้พูด รูปภาพ หรือกราฟิกต่างๆ ไม่ควรใช้ข้อความ 100% ในการทำภาพตัวอย่างเพราะจะทำให้ดูเป็นวิดีโอที่น่าเบื่อ ขนาดภาพที่แนะนำคือ 1280 x 720 px และมีขนาดไม่เกิน 2 MB

ระยะเวลาเข้าชม (Watch Time)

หากมีคลิปวิดีโอสองคลิปที่คุณภาพใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเป็นชื่อวิดีโอ คำอธิบาย ยอดเข้าชม แท็ก และความคมชัดในระดับใกล้เคียงกัน YouTube จะใช้ระยะเวลาเข้าชมเป็นตัวช่วยจัดอันดับว่าคลิปวิดีโอใดควรอยู่ก่อนหรือหลังในการแสดงผลการค้นหา ซึ่งระยะเวลาเข้าชม (Watch Time) หมายถึง ระยะเวลาสะสมที่ผู้ชมทั้งหมดเข้ามารับชมคลิปวิดีโอนี้ ถ้าคลิปวิดีโอมีระยะเวลาเข้าชมที่ยาวนาน แสดงว่าคลิปนั้นมีประโยชน์ต่อผู้ชมมาก สามารถดึงความสนใจได้นาน

อย่างไรก็ตาม อัลกอริทึมของ YouTube ได้คำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ในการคำนวน Watch Time โดยดูระยะเวลาโดยเฉลี่ยที่ผู้ชมดูคลิปนั้น ๆ เทียบกับความยาวของคลิป และดูอีกว่าหลังจากผู้ชมดูคลิปจบแล้วได้คลิกเพื่อดูคลิปอื่น ๆ ต่ออีกหรือไม่ หากดูคลิปต่อแทนที่จะปิด YouTube ก็จะมีโอกาสที่จะได้ Watch Time ที่สูงกว่า

ตัวอย่างระยะเวลาเข้าชมบน YouTube Analytics (Image: Fanbooster)

โดยสรุปแล้ว YouTube ใช้หลายปัจจัยในการจัดอันดับการค้นหาคลิปวิดีโอ ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่ความเป็นมิตรต่อผู้ชม (User friendliness) คลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ สร้างความสนุก ภาพคมชัด และน่าสนใจ ก็มีโอกาสที่ผู้ชมจะชมเป็นจำนวนมาก และมีระยะเวลานาน รวมไปถึงมีความสะดวกต่อการค้นหา มักจะมีโอกาสที่จะอยู่ในอันดับต้น ๆ ดังนั้น ยูทูบเบอร์และแบรนด์ต่าง ๆ ควรคำนึงถึงผู้รับชมเป็นหลัก ในการวางแผนสร้าง Content หรือก่อนอัปโหลดวิดีโอลงในช่องยูทูบของตนเอง

 

ที่มา

Written By
Digital Marketer at Senna Labs. Enjoyed learning about Strategy & Customer journey!
Digital Marketer at Senna Labs. Enjoyed learning about Strategy & Customer journey!