MANAGEMENTDESIGN | 3 mins read

5 วิธี แก้อาการ “คิดงานไม่ออก”

By Joe Prasoetsak on 19 Apr 2021
sennalabs-blog-banner

คำว่า Creative หรือสร้างสรรค์นั้น สามารถเกี่ยวโยงได้หลายอย่างหลายแขนงไม่ใช่แค่สายงานออกแบบ การทำอาหารจากของที่มีก็ถือเป็นการสร้างสรรค์อย่างหนึ่ง การแต่งนิทานให้ลูก ๆ หลาน ๆ ฟังก่อนนอนก็สร้างสรรค์ การหาวิธีลดต้นทุนธุรกิจ หรือแม้แต่การคิดหาทางออกสำหรับเรื่องต่าง ๆ ก็เป็นสิ่งสร้างสรรค์ได้ 

บางคนมองว่า การเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ เป็นเรื่องของพรสวรรค์ แต่ความเป็นจริงแล้ว ความคิดสร้างสรรค์นั้นเป็นเรื่องของทักษะ ที่ใคร ๆ (ช่างไม้ แม่บ้าน นักธนาคาร นักเล่นหุ้น ซีอีโอ พ่อค้า นักธุรกิจ ฯลฯ) ก็สามารถฝึกฝนได้ แต่จะฝึกอย่างไร วันนี้เราคัดวิธีดี ๆ มาฝาก

1. วาด ๆ เขียน ๆ อะไรก็ได้ในตอนเช้า

จากหนังสือ The Power Of When (Dr. Michael Breus) บอกว่า เวลาที่สมองพร้อมสำหรับการตัดสินใจที่ดีและเฉียบคมมากที่สุด จะเกิดขึ้นได้หลังจากสมองได้สลัดความง่วงออกไปอย่างหมดจดแล้ว นั่นก็คือหลังตื่นนอนสักพัก ถึงเเม้เราจะไมไ่ด้ตัดสินใจอะไรซะทีเดียว แต่มันเป็นเวลาที่ดีสำหรับการคิด ๆ เขียน ๆ ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำงานเลย

และจากงานวิจัย พบว่าคนกว่า 75% มีพลังมากที่สุดตั้งแต่ 9 - 11 โมงเช้า ดังนั้น ช่วงเช้าจึงเหมาะกับงานที่ต้องคิด วิเคราะห์ หรือที่ต้องโฟกัสมาก ๆ

ลองให้เวลาตัวเองสัก 10 นาทีก่อนทำงาน วางมือถือไว้ห่าง ๆ หากระดาษ ปากกามาแล้วลงมือจดบันทึก สิ่งที่จดลงไปไม่ใช่การเขียนบล็อก แต่เป็นการรวบรวมความคิด ไอเดียของตัวคุณเองลงไป โดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลก็ได้ แค่เป็นสิ่งที่คุณคิด หรือติดขัดอยู่ในหัว ลองปล่อยมันออกมาผ่านรูป ตัวอักษร หรือลายเส้นบนกระดาษ 

Photo: Annie Spratt, Unsplash

การเขียนแบบ free-form style นี้จะช่วยปลุกความคิดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตัวทุกคนอยู่แล้ว และเป็นการเรียบเรียงความคิดเป็นลายลักษณ์อักษร มากกว่าความคิดที่ลอยมาลอยไปในหัว

ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะเขียนอะไร เรามีตัวอย่างประโยคที่พอจะช่วยได้

• Recently, I’m struggling with ...
• If I had more time in the day, I’d use it to ...
Today, I’ll relieve stress by ...
I feel out of my comfort zone when ...
My work is motivated by ...
This week, I’m thankful for ...
Today, I should avoid ...
I feel fulfilled at work when ...
From my team, I’m proud of ...
I work best when ...

2. ออกกำลังกาย 

งานวิจัยเผยว่า กายบริหาร หรือการออกกำลังกาย เช่น การวิ่ง โยคะ โดยเฉพาะแอโรบิก ครั้งละ 30 นาที จะทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และสร้างออกซิเจนให้สมอง ทั้งยังมีส่วนช่วยให้สมองซีกซ้ายฝึก cognitive thinking ผลิตไอเดียใหม่ ๆ และจินตนาการได้ดีขึ้นด้วย 

การนั่งทำงานนาน ๆ นั้นเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)  ซึ่งถ้านั่งท่าเดิมเกิน 30 นาที จะมีผลต่อการไหลเวียนของโลหิตไม่สมดุล นำไปสู่อาการสมองตื้อ คิดอะไรไม่ค่อยออก ไม่สดชื่น ปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดเอว ดังที่หลายคนเป็นบ่อย ๆ 

ถ้าคุณคิดว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย ลอง Deskercise ซึ่งก็คือการออกกำลังกาย ยืดเส้นสายที่โต๊ะทำงานของคุณเอง สามารถเข้าไปดูท่าการออกได้ที่ The Ultimate Deskercise Routine: Stretches for the Office 

1 ในท่าออกกำลังกายแบบ Deskercise (Source: healthline.com)

3. เอาตัวเองไปอยู่ในที่ต่าง ๆ (นอกออฟฟิศ)

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า คุณมักได้ไอเดีย หรือความคิดดี ๆ หลายอย่างตอนอยู่ข้างนอก มากกว่าในที่ทำงาน เพราะอะไร? 

แค่ออกไปเดินเล่น โดยเฉพาะนอกอาคาร ก็สามารถเพิ่มระดับความคิดสร้างสรรค์ และกระตุ้นการคิดอะไรใหม่ ๆ ได้ถึง 60% เพราะจะช่วยปลดล็อกเครือข่ายการทำงานของสมอง ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดความคิดสร้างสรรค์ 

    • สิ่งเร้าใหม่ ๆ (เสียง กลิ่น ภาพ สัมผัส) จะกระตุ้น Salience network หรือเครือข่ายเด่น ซึ่งทำหน้าที่ช่วยคัดกรองไอเดีย ข้อมูล ก่อนจะส่งไปยังสมองส่วนเครือข่ายบริหาร
    • เวลาอยู่ข้างนอก คุณต้องโฟกัสที่เส้นทางบ้าง อ่านป้ายบ้าง สายตาสอดส่อง จะทำให้สมองส่วนเครือข่ายบริหาร (Executive network) ซึ่งเป็นส่วนควบคุมการตัดสินใจจะทำงาน
    • เวลาคุณนึก คิด เพ้อฝัน จินตนาการอะไร สมองเครือข่ายปกติ (Default network) ก็จะทำงาน ช่วยผลิตไอเดีย

Image: Pat Whelen, Unsplash 

เคล็ดไม่ลับ: ไม่ว่าคุณจะอยู่ในออฟฟิศ หรือเดินเล่นอยู่ข้างนอก สามารถเปิดเพลงแนว happy music จะช่วยให้คิดอะไรได้ดีขึ้น และถ้าอยากโฟกัสแนะนำให้ใส่หูฟัง จะทำให้ตัดเสียงรบกวนรอบข้างออกได้บางส่วน (แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย กรณีอยู่ในที่สัญจรอาจทำให้ไม่ได้ยิน และเกิดอันตรายได้)

คุณอาจเคยได้ยินว่า บริษัทบางแห่ง สนับสนุนให้พนักงาน ออกไปเดินทาง ท่องเที่ยว เพราะการทำแบบนั้น จะทำให้ประสาทสัมผัสของเราได้ลิ้มรสอะไรใหม่ ๆ หรือจากความเคยชิน โดยเฉพาะสถานที่ที่ไม่เคยไป วัฒนธรรมใหม่ที่แตกต่าง และถ้าเราเปิดใจรับเอาประสบการณ์เหล่านั้นเข้ามาโดยไม่ยึดติดกับสิ่งที่เราเป็น เหมือนสุภาษิต “เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม” ก็จะยิ่งทำให้เราได้ไอเดียใหม่ ๆ จากแนวความคิดที่ต่างจากเดิมอีกเยอะมากทีเดียว เพราะเราเข้าใจวิธีคิด ของคนในพื้นที่หรือวัฒนธรรมนั้น ๆ 

4. ไม่ยึดติดกับไอเดียหรือความสำเร็จเดิม

คุณอาจจะสร้างสรรค์ผลงานชิ้นโบว์แดงมาหลายต่อหลายชิ้น หรือมีสิ่งที่คุณภูมิใจในอดีต แต่คุณไม่ควรยึดติดกับความสำเร็จเหล่านั้นมากเกินไปจนเดินหน้า หรือออกไปเจอสิ่งใหม่ ๆ ไม่ได้ จริงอยู่ที่บางครั้งกิจวัตรการทำงานอาจมีส่วนที่ต้องทำซ้ำ ๆ แต่ถ้าความซ้ำซากนั้นทำให้คุณติดแหง็กไม่พัฒนาไปไหน ก็ควรเปลี่ยนลักษณะการทำงานใหม่ เช่น 

    • ดีไซเนอร์ สร้างเทมเพลตสำหรับโพสต์ลงสื่อออนไลน์ ควรต้องหมั่นปรับเปลี่ยนเทมเพลตเรื่อย ๆ เพื่อหาไอเดียใหม่ใส่ลงไปในงาน ให้งานดูใหม่ และฝึกทักษะอยู่เสมอ
    • แม่ค้าขายขนม ที่มีสูตรเดียว และมีท่าทีว่าคนเริมจะไม่นิยม ก็อาจต้องมองหาสูตรใหม่ หรือปรับสูตรให้ดีขึ้นตามยุคสมัยและความต้องการของผู้บริโภค เป็นต้น

5.มองหาสิ่งใหม่ 

การมองหาไอเดียใหม่ ในที่เดิม ๆ สักวันไอเดียนั้นอาจจะหมด ลองเปลี่ยนทำอะไรที่ไม่เคยทำดูบ้าง แล้วเราจะได้ไอเดียที่ใหม่และแตกต่างออกไปจากเดิมแน่นอน 

    • ลองเปลี่ยนเส้นทางการเดินทาง คุณอาจจะพบเจออะไร ที่จุดประกายความคิดได้
    • เปลี่ยนเมนู ร้านอาหาร ที่เคยกิน คาเฟ่ที่เคยนั่ง 
    • เข้าร่วมอีเวนต์ใหม่ ๆ คุณอาจพบเจอคนเจ๋ง ๆ เก่ง ๆ ที่พร้อมแนะนำ ออกความเห็นเต็มไปหมด
    • ถ้าคุณเป็นนักออกแบบ ลองแต่งเพลง หรือกลอน ถ้าคุณเป็นนักดนตรี ลองวาดรูป หรือเต้นดูบ้าง คุณสามารถลองสิ่งที่ตรงข้ามหรือใกล้เคียงกับความสามารถของคุณ ซึ่งแบบไหนก็ดีทั้งนั้น

 

อ้างอิง 

• Bao. คิดงานแทบตายสุดท้ายหัวโล่ง รู้จัก Creativity Killer ที่ทำให้เราไร้ความคิดสร้างสรรค์. October 30, 2020.
• Burrill, Anthony. How to find the inspiration to become a more creative person. July 18, 2018.
• Fabrega, Marelisa. 25 Ways to Be More Creative. (Cited March 29, 2020).
• Gray, Margaret. How to find the inspiration to become a more creative person. July 18, 2018.
• Koontz, Alison. The Circuitry of Creativity: How Our Brains Innovate Thinking. March 12, 2019.



Written By
Born in the south. Raised in E-sarn. Graduated in the central. Fall in love with the north of Thailand. Been to India and came back with the head bobbling. Love learning languages and get lost in nature.
Born in the south. Raised in E-sarn. Graduated in the central. Fall in love with the north of Thailand. Been to India and came back with the head bobbling. Love learning languages and get lost in nature.