เว็บใช้งานยาก เพราะไม่ทำ UX Research?

DesignBusiness
2 mins read
2 mins read

Published

28 April, 2025

Language

Thai

Written by

Share

เว็บใช้งานยาก เพราะไม่ทำ UX Research?

การสร้างเว็บไซต์ในปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่อง “ให้ดูดี” เท่านั้น แต่ยังรวมถึง “ใช้งานง่าย” และ “ตอบโจทย์ผู้ใช้” ซึ่งนั่นคือหน้าที่ของ UX (User Experience) และ UI (User Interface)

แล้วเว็บไซต์สำเร็จรูปกับเว็บไซต์ที่พัฒนาเองต่างกันแค่ไหนในแง่ของ UX/UI? คำตอบคือ “ต่างกันอย่างมาก” โดยเฉพาะเรื่องความยืดหยุ่นและความสามารถในการออกแบบให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

UX/UI คืออะไรกันแน่?

  • UI (User Interface) คือหน้าตาของเว็บไซต์ เช่น สี ตัวอักษร ปุ่ม เมนู การจัดวาง

  • UX (User Experience) คือประสบการณ์ของผู้ใช้งาน เช่น กดแล้วเข้าใจไหม? หาข้อมูลได้เร็วไหม? ใช้งานแล้วรู้สึกดีหรือเปล่า?

ทั้งสองส่วนต้องทำงานร่วมกัน ถ้าสวยแต่ใช้งานยาก ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าใช้งานง่ายแต่ไม่น่าดึงดูด ก็เสียโอกาสเช่นกัน

 

เว็บไซต์สำเร็จรูป: เรียบง่าย รวดเร็ว แต่มีกรอบจำกัด

เว็บไซต์สำเร็จรูปอย่าง Shopify, Wix หรือ WordPress ที่ใช้ธีมสำเร็จรูป ช่วยให้คนทั่วไปสร้างเว็บได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเขียนโค้ด จุดเด่นของมันคือความสะดวก เริ่มต้นง่าย เหมาะกับมือใหม่หรือธุรกิจที่ต้องการแค่แสดงข้อมูลหรือขายสินค้าแบบพื้นฐาน

 

แต่ในแง่ของ UX/UI จะพบข้อจำกัดชัดเจน:

  • ไม่สามารถปรับโฟลว์การใช้งานให้เหมาะกับผู้ใช้เฉพาะกลุ่มได้

  • ตำแหน่งปุ่ม เมนู หรือโครงสร้างการใช้งานมักถูกล็อกไว้

  • ไม่รองรับการทดสอบรูปแบบต่าง ๆ เช่น A/B Testing เพื่อดูว่าแบบไหนตอบโจทย์ผู้ใช้มากกว่า

  • ธีมยอดนิยมมักถูกใช้ซ้ำ จนทำให้หลายเว็บหน้าตาคล้ายกันไปหมด

 

เว็บไซต์พัฒนาเอง: ออกแบบจากพฤติกรรมผู้ใช้จริง

ต่างจากเว็บสำเร็จรูป เว็บไซต์ที่พัฒนาเองสามารถเริ่มต้นด้วยคำถามว่า “ผู้ใช้ของเราคือใคร?” และ “เขาอยากใช้งานแบบไหน?”

ทีมออกแบบจะเริ่มจากการทำ UX Research เช่น:

  • สัมภาษณ์ผู้ใช้งานจริง

  • ดูพฤติกรรมการใช้งาน

  • สร้าง Persona และ Customer Journey

  • ออกแบบ Flow ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

เมื่อได้ Insight เหล่านี้ จึงนำมาสู่การออกแบบ UI ที่ “ไม่ใช่แค่สวย” แต่ “สวยแบบมีเหตุผล” และ “ใช้แล้วคล่อง”

 

 

กรณีศึกษา: TrueX และ Amarin ที่เริ่มจาก UX Research

TrueX

แอปพลิเคชันจาก True ที่ออกแบบมาให้ใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยต้องรองรับผู้ใช้งานหลากหลายอายุ ตั้งแต่คนรุ่นใหม่ไปจนถึงผู้สูงอายุ
ก่อนออกแบบ ทีมทำ UX Research เพื่อดูว่าผู้ใช้เข้าใจเมนูหรือไม่ ใช้เวลากี่วินาทีในการหาฟีเจอร์ที่ต้องการ
ผลที่ได้คือ UI ที่ดูเรียบง่าย ชัดเจน ปุ่มใหญ่ อ่านง่าย และลดการกดผิด

Amarin (Mareads.com)

เว็บไซต์นิยายออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานหลักเป็นกลุ่มวัยรุ่นหญิง
ทีมงานทำการวิเคราะห์พฤติกรรมการอ่านบนมือถือ เช่น ชอบสไลด์แบบแนวตั้งหรือแนวนอน, อ่านตอนละนานเท่าไร, ฟอนต์และสีแบบไหนที่ไม่ล้าตา
สุดท้ายออกแบบ UI ที่ตอบโจทย์การใช้งานยาว ๆ บนมือถือ โดยไม่ต้องใช้แรงเยอะ

 

 

สรุป: 

ถ้าคุณต้องการเว็บไซต์เร็ว ๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาอ่านข้อมูลหรือซื้อของพื้นฐาน เว็บไซต์สำเร็จรูปอาจเพียงพอ

แต่ถ้าคุณต้องการให้เว็บของคุณ ใช้งานง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และออกแบบประสบการณ์ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายจริง ๆ เว็บพัฒนาเองคือคำตอบที่ชัดเจน

เพราะ UX/UI ที่ดีไม่ใช่แค่เรื่องความสวย แต่คือเรื่องของ “ประสบการณ์ที่ผู้ใช้รู้สึกได้” ทุกครั้งที่เข้ามาใช้งาน

Written by
Chu Chawit Supanichpol
Chu Chawit Supanichpol

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
05 Jul, 2026

by

How Senna Labs helped S&P Food transform their online e-commerce business
How Senna Labs helped S&P Food transform their online e-commerce business
S&P Food’s yearly revenues were 435 mils $USD. 10% of the revenue was from online sales. The board of directors felt that online sales should account for more. The digital
05 Jul, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
05 Jul, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com999 Gaysorn Centre, Unit 5B-1 (523), 5th Floor, Phloen Chit Road, Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy