UX/UI กับเว็บไซต์บริการทางการเงิน: ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้อย่างไร?

2 mins read

Published

25 March, 2025

Language

Thai

Written by

Share

UX/UI กับเว็บไซต์บริการทางการเงิน: ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้อย่างไร?

ในโลกดิจิทัลที่การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติ ความมั่นใจของผู้ใช้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขาเลือกใช้หรือหลีกเลี่ยงบริการทางการเงินออนไลน์ หลายธนาคารและแพลตฟอร์มการเงินพบว่า แม้พวกเขาจะมีฟังก์ชันที่ครบถ้วน แต่หาก UX/UI ออกแบบมาไม่ดี หรือทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่ปลอดภัย อัตราการใช้งานแอปและเว็บไซต์ก็อาจต่ำลง

UX (User Experience) และ UI (User Interface) ที่ดีช่วยให้ ผู้ใช้มั่นใจในความปลอดภัยของระบบ และสามารถทำธุรกรรมได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ แอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของธนาคาร, ฟินเทค, และบริการชำระเงินออนไลน์

บทความนี้จะอธิบายแนวทางการออกแบบ UX/UI สำหรับเว็บไซต์และแอปพลิเคชันทางการเงินที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้ พร้อมกรณีศึกษาของ ธนาคารที่ปรับปรุง UX/UI แล้วทำให้อัตราการใช้งานแอปเพิ่มขึ้นถึง 50%

ปัจจัยที่ทำให้ผู้ใช้ขาดความมั่นใจในการใช้บริการทางการเงินออนไลน์

ก่อนที่เราจะไปดูแนวทางการออกแบบ UX/UI ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจ เราต้องเข้าใจก่อนว่าผู้ใช้กังวลเกี่ยวกับอะไร

  1. กลัวข้อมูลรั่วไหลหรือถูกแฮ็ก – การทำธุรกรรมทางการเงินเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัวและเงินของผู้ใช้ หาก UI ไม่แสดงให้เห็นว่ามีมาตรการป้องกันความปลอดภัย ผู้ใช้จะลังเลในการใช้งาน

  2. ขั้นตอนการเข้าสู่ระบบที่ซับซ้อน – บางแอปหรือเว็บไซต์มีการยืนยันตัวตนที่ยุ่งยาก ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าการเข้าถึงบัญชีของตนเองเป็นเรื่องลำบาก

  3. ไม่เข้าใจวิธีใช้ฟังก์ชันสำคัญ – เมนูที่ออกแบบไม่ดี ทำให้ผู้ใช้หาไม่เจอว่าต้องกดตรงไหนเพื่อโอนเงิน ชำระบิล หรือดูรายการธุรกรรม

  4. กลัวถูกหลอกลวงหรือฟิชชิ่ง (Phishing) – การออกแบบที่ไม่เป็นมืออาชีพ อาจทำให้ผู้ใช้สงสัยว่าเป็นเว็บไซต์หรือแอปที่ปลอดภัยจริงหรือไม่

 

แนวทางการออกแบบ UX/UI ที่ช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจในการทำธุรกรรมทางการเงิน

1. ออกแบบการเข้าสู่ระบบให้ปลอดภัยและใช้งานง่าย

การเข้าสู่ระบบเป็นด่านแรกที่ผู้ใช้ต้องพบ UX/UI ควรออกแบบให้ปลอดภัยแต่ไม่ยุ่งยาก

แนวทางการออกแบบ:

  • ใช้ Biometric Authentication เช่น Face ID หรือ Fingerprint Login เพื่อให้การเข้าสู่ระบบเร็วขึ้นและปลอดภัย

  • มีระบบ Two-Factor Authentication (2FA) ที่เข้าใจง่าย เช่น การส่ง OTP ผ่าน SMS หรือแอปพลิเคชัน

  • แสดง ไอคอนล็อค (🔒) และข้อความแจ้งเตือนว่าการเข้าสู่ระบบมีการเข้ารหัส เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้

ผลลัพธ์ที่ได้:

  • ผู้ใช้รู้สึกปลอดภัยในการเข้าสู่ระบบ

  • ลดอัตราการหลงลืมรหัสผ่าน เพราะสามารถใช้ Biometric Login ได้

 

2. ใช้สีและไอคอนที่สื่อถึงความปลอดภัย

สีและไอคอน มีผลต่อจิตวิทยาของผู้ใช้ การออกแบบให้แอปหรือเว็บไซต์ดู มั่นคงและปลอดภัย สามารถช่วยลดความกังวลของผู้ใช้ได้

แนวทางการออกแบบ:

  • ใช้ โทนสีที่ให้ความรู้สึกมั่นใจ เช่น สีน้ำเงินเข้ม หรือสีเขียว ซึ่งมักใช้กับแพลตฟอร์มทางการเงิน

  • เพิ่ม ไอคอนที่สื่อถึงความปลอดภัย เช่น ไอคอนกุญแจ ไอคอนล็อค ไอคอน Shield (โล่)

  • ใช้ ข้อความที่ช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจ เช่น

    • "เว็บไซต์นี้ปลอดภัย ได้รับการเข้ารหัส SSL"

    • "ธุรกรรมของคุณได้รับการคุ้มครอง"

ผลลัพธ์ที่ได้:

  • ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าข้อมูลของตนปลอดภัย

  • ลดความลังเลในการทำธุรกรรม

 

3. ออกแบบ UI ให้เข้าใจง่าย ลดความซับซ้อน

ผู้ใช้ต้องสามารถทำธุรกรรมที่สำคัญ เช่น โอนเงิน ชำระบิล หรือดูยอดคงเหลือ ได้ภายในไม่กี่คลิก

แนวทางการออกแบบ:

  • ใช้ Navigation ที่เข้าใจง่าย เช่น แยกหมวดหมู่ชัดเจนว่าเป็น "โอนเงิน" "ชำระบิล" "ตรวจสอบยอดเงิน"

  • เพิ่ม Quick Actions หรือเมนูลัดสำหรับฟังก์ชันที่ใช้บ่อย

  • ใช้ Typography และฟอนต์ที่อ่านง่าย ไม่ใช้ตัวหนังสือเล็กเกินไป

  • เพิ่ม ระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะ เช่น "คุณมีบิลค้างชำระ ต้องการจ่ายตอนนี้หรือไม่?"

ผลลัพธ์ที่ได้:

  • ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรมได้เร็วขึ้น

  • ลดปัญหาการติดต่อ Call Center เพื่อขอความช่วยเหลือ

 

 

4. ใช้ระบบแจ้งเตือนเพื่อสร้างความมั่นใจ

หากไม่มีการแจ้งเตือนที่เหมาะสม ผู้ใช้อาจกังวลว่าธุรกรรมสำเร็จหรือไม่

แนวทางการออกแบบ:

  • เพิ่ม Push Notification หรือ SMS แจ้งเตือน ทุกครั้งที่มีธุรกรรม

  • แสดงข้อความยืนยันทันที เช่น "โอนเงินสำเร็จ! หมายเลขธุรกรรม 123456"

  • ให้ผู้ใช้สามารถ ตั้งค่าการแจ้งเตือนเอง ได้ เช่น แจ้งเตือนเมื่อบัญชีถูกเข้าถึงจากอุปกรณ์ใหม่

ผลลัพธ์ที่ได้:

  • ลดความกังวลของผู้ใช้เกี่ยวกับสถานะธุรกรรม

  • เพิ่มความโปร่งใสของระบบ

 

กรณีศึกษา: ธนาคารที่ปรับ UX/UI ให้ปลอดภัยและใช้งานง่าย

ปัญหาที่พบก่อนการปรับปรุง UX/UI

ธนาคารแห่งหนึ่งพบว่า อัตราการใช้งานแอปลดลง เนื่องจากปัญหาต่อไปนี้:

  • ผู้ใช้ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของแอป

  • กระบวนการเข้าสู่ระบบยุ่งยาก ต้องกรอกรหัสผ่านหลายขั้นตอน

  • อินเทอร์เฟซซับซ้อน ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถหาเมนูที่ต้องการได้ง่าย

 

แนวทางการปรับปรุง UX/UI

  1. เพิ่ม Biometric Authentication ให้ผู้ใช้สามารถเข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น

  2. ใช้สีและไอคอนที่สื่อถึงความปลอดภัย เช่น สีฟ้า-เขียว และไอคอนล็อค

  3. ปรับปรุง Navigation และ UI ให้ผู้ใช้สามารถโอนเงินหรือชำระบิลได้ใน 2 คลิก

  4. เพิ่มการแจ้งเตือนธุรกรรมแบบเรียลไทม์ ผ่าน SMS และ Push Notification

 

ผลลัพธ์หลังการปรับปรุง UX/UI

  • อัตราการใช้งานแอปเพิ่มขึ้น 50%

  • จำนวนผู้ใช้ที่เปิดใช้งาน Biometric Login เพิ่มขึ้น 70%

  • เวลาที่ใช้ในการทำธุรกรรมลดลง 40%

  • ความพึงพอใจของลูกค้าเพิ่มขึ้นจาก 3.5 เป็น 4.7 ดาว

 

สรุป

UX/UI ที่ดีช่วยทำให้ผู้ใช้มั่นใจในความปลอดภัยของบริการทางการเงิน และสามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น การออกแบบที่ดีควร:

  • มีระบบล็อกอินที่ปลอดภัยแต่ไม่ซับซ้อน

  • ใช้สีและไอคอนที่ช่วยสร้างความมั่นใจ

  • ออกแบบให้ผู้ใช้ทำธุรกรรมได้ง่าย

  • มีระบบแจ้งเตือนที่โปร่งใส

กรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า UX/UI ที่ดีสามารถช่วยเพิ่มการใช้งานแอปการเงิน และสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Written by
Ya Piya Kirdpanya
Ya Piya Kirdpanya

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

JS class syntax
JS class syntax
เชื่อว่าหลายๆคนที่เขียน javascript กันมา คงต้องเคยสงสัยกันบ้าง ว่า class ที่อยู่ใน js เนี่ย มันคืออะไร แล้วมันมีหน้าที่ต่างกับการประกาศ function อย่างไร? เรามารู้จักกับ class ให้มากขึ้นกันดีกว่า class เปรียบเสมือนกับ blueprint หรือแบบพิมพ์เขียว ที่สามารถนำไปสร้างเป็นสิ่งของ( object ) ตาม blueprint หรือแบบพิมพ์เขียว( class ) นั้นๆได้ โดยภายใน class
11 Jul, 2026

by

15 สิ่งที่ทุกธุรกิจต้องรู้เกี่ยวกับ 5G
15 สิ่งที่ทุกธุรกิจต้องรู้เกี่ยวกับ 5G
ผู้ให้บริการเครือข่ายในสหรัฐฯ ได้เปิดตัว 5G ในหลายรูปแบบ และเช่นเดียวกับผู้ให้บริการเครือข่ายในยุโรปหลายราย แต่… 5G มันคืออะไร และทำไมเราต้องให้ความสนใจ บทความนี้ได้รวบรวม 15 สิ่งที่ทุกธุรกิจต้องรู้เกี่ยวกับ 5G เพราะเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันกำลังจะถูกใช้งานอย่างกว้างขวางขึ้น 1. 5G หรือ Fifth-Generation คือยุคใหม่ของเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายที่จะมาแทนที่ระบบ 4G ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมันไม่ได้ถูกจำกัดแค่มือถือเท่านั้น แต่รวมถึงอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ 2. 5G คือการพัฒนา 3 ส่วนที่สำคัญที่จะนำมาสู่การเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สายต่างๆ ขยายช่องสัญญาณขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มความเร็วในการเชื่อมต่อ การตอบสนองที่รวดเร็วขึ้นในระยะเวลาที่น้อยลง ความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์มากกว่า 1 ในเวลาเดียวกัน 3. สัญญาณ 5G นั้นแตกต่างจากระบบ
11 Jul, 2026

by

จัดการ Array ด้วย Javascript (Clone Deep)
จัดการ Array ด้วย Javascript (Clone Deep)
ในปัจจุบันนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภาษาที่ถูกใช้ในการเขียนเว็บต่าง ๆ นั้น คงหนีไม่พ้นภาษา Javascript ซึ่งเป็นภาษาที่ถูกนำไปพัฒนาเป็น framework หรือ library ต่าง ๆ มากมาย ผู้พัฒนาหลายคนก็มีรูปแบบการเขียนภาษา Javascript ที่แตกต่างกัน เราเลยมีแนวทางการเขียนที่หลากหลาย มาแบ่งปันเพื่อน ๆ เกี่ยวกับการจัดการ Array ด้วยภาษา Javascript กัน เรามาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่า โดยปกติแล้วการ copy ค่าจาก value type ธรรมดา สามารถเขียนได้ดังนี้
11 Jul, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com999 Gaysorn Centre, Unit 5B-1 (523), 5th Floor, Phloen Chit Road, Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy