Checklist การทำ Technical SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับ Google
Share

Technical SEO คือการปรับแต่งโครงสร้างและประสิทธิภาพของเว็บไซต์ เพื่อให้ Googlebot สามารถเข้าถึง (Crawl) และจัดทำดัชนี (Index) ได้ง่ายขึ้น เว็บไซต์ที่มีโครงสร้างดี โหลดเร็ว และรองรับมือถือ จะมีโอกาสติดอันดับ Google ได้ดีขึ้น

Checklist การทำ Technical SEO ที่จำเป็น
1. โครงสร้างเว็บไซต์ (Site Structure) และ URL ที่เป็นมิตรกับ SEO
-
ใช้ URL ที่สั้น กระชับ และมีคีย์เวิร์ดสำคัญ
-
หลีกเลี่ยงการใช้ พารามิเตอร์ URL ที่ซับซ้อน
-
ใช้ Breadcrumbs เพื่อช่วยให้ Google เข้าใจโครงสร้างเว็บไซต์
ตัวอย่างจาก MThai:
-
MThai ปรับโครงสร้าง URL ให้เรียบง่าย เช่น mthai.com/news/ แทน mthai.com/index.php?id=123
2. การจัดทำดัชนี (Indexing) และ XML Sitemap
-
ส่ง XML Sitemap ไปที่ Google Search Console เพื่อช่วยให้ Google รู้ว่ามีหน้าไหนบ้าง
-
ตรวจสอบ Coverage Report เพื่อดูว่ามีหน้าที่ไม่ได้รับการจัดทำดัชนีหรือไม่
-
หลีกเลี่ยงการใช้ Noindex กับหน้าที่ต้องการให้ติดอันดับ
ตัวอย่างจาก Sanook:
-
Sanook อัปเดต Sitemap อย่างสม่ำเสมอ และใช้ Robots.txt ปิดกั้นหน้าที่ไม่จำเป็น เช่น /admin/
3. การเพิ่มความเร็วเว็บไซต์ (Page Speed Optimization)
-
ใช้ Lazy Loading เพื่อลดเวลาการโหลดรูปภาพ
-
บีบอัดไฟล์รูปภาพให้มีขนาดเล็กลง แต่ยังคงคุณภาพดี (WebP, JPEG 2000)
-
เปิดใช้งาน Browser Caching และ Content Delivery Network (CDN)
ตัวอย่างจาก MThai:
-
MThai ลดเวลาการโหลดหน้าเว็บจาก 4 วินาที เหลือ 1.8 วินาที โดยใช้ CDN และการบีบอัดรูปภาพ
4. การทำให้เว็บไซต์รองรับมือถือ (Mobile-Friendly SEO)
-
ใช้ Responsive Design เพื่อให้เว็บไซต์ปรับขนาดตามอุปกรณ์
-
ตรวจสอบปัญหาการใช้งานบนมือถือผ่าน Google Mobile-Friendly Test
-
ปรับปรุงปุ่มและฟอนต์ให้เหมาะกับการแตะบนหน้าจอ
ตัวอย่างจาก Sanook:
-
Sanook ปรับปรุง UI ให้ใช้งานง่ายขึ้นบนมือถือ ทำให้ Bounce Rate ลดลง 15%
5. การใช้ HTTPS และ SSL เพื่อความปลอดภัย
-
ติดตั้ง SSL Certificate เพื่อให้เว็บไซต์เป็น HTTPS
-
ตรวจสอบว่าไม่มีการโหลดทรัพยากรผ่าน HTTP (Mixed Content)
-
ใช้ Redirect 301 เปลี่ยนเส้นทางจาก HTTP ไปยัง HTTPS
ตัวอย่างจาก MThai และ Sanook:
-
ทั้งสองเว็บไซต์เปลี่ยนไปใช้ HTTPS ทำให้ Google จัดอันดับดีขึ้น
6. การใช้ Robots.txt และ Meta Robots Tag ให้ถูกต้อง
-
ใช้ Robots.txt เพื่อบล็อกหน้าที่ไม่ต้องการให้ Googlebot เข้าไป เช่น หน้าแอดมิน /wp-admin/
-
หลีกเลี่ยงการใช้ Disallow: / ใน Robots.txt เพราะอาจบล็อกทั้งเว็บไซต์
-
ใช้ nofollow กับลิงก์ที่ไม่ต้องการให้ Google ติดตาม
ตัวอย่างจาก Sanook:
-
ปรับปรุง Robots.txt ให้ถูกต้อง ทำให้ Google จัดทำดัชนีได้เร็วขึ้น
7. การทำ Internal Linking และแก้ไข Broken Links
-
ใช้ Anchor Text ที่มีความหมายชัดเจนสำหรับ Internal Links
-
หลีกเลี่ยงลิงก์เสีย (404 Error) และใช้ 301 Redirect สำหรับหน้าที่ถูกลบ
-
ใช้ Google Search Console และ Screaming Frog เพื่อตรวจสอบลิงก์เสีย
ตัวอย่างจาก MThai:
-
แก้ไขลิงก์เสียกว่า 200 รายการ ทำให้เว็บไซต์ได้รับการจัดอันดับดีขึ้น
8. การใช้ Schema Markup เพื่อเพิ่มโอกาสแสดง Rich Snippets
-
ใช้ FAQ Schema และ Breadcrumb Schema เพื่อเพิ่ม CTR
-
ใช้ Product Schema สำหรับเว็บอีคอมเมิร์ซ เพื่อให้ข้อมูลสินค้าแสดงใน Google
-
ตรวจสอบความถูกต้องของ Schema ด้วย Google Rich Results Test
ตัวอย่างจาก Sanook:
-
ใช้ Schema Markup ทำให้บทความข่าวแสดงเป็น Rich Snippets เพิ่ม CTR 20%
9. การตรวจสอบ Core Web Vitals และ Page Experience
-
ตรวจสอบ LCP (Largest Contentful Paint), FID (First Input Delay), CLS (Cumulative Layout Shift)
-
ใช้ Google PageSpeed Insights และ Google Search Console เพื่อตรวจสอบค่าเหล่านี้
-
ปรับลดการใช้ JavaScript และ CSS ที่หนักเกินไป
ตัวอย่างจาก MThai:
-
ลด CLS จาก 0.35 เหลือ 0.1 ทำให้ประสบการณ์ผู้ใช้ดีขึ้น
ตัวอย่างจริง: Sanook และ MThai ปรับปรุง Technical SEO อย่างไร
Sanook – การปรับ Sitemap และ Page Speed เพื่อเพิ่มอันดับ
-
อัปเดต XML Sitemap อย่างสม่ำเสมอ
-
ใช้ CDN และบีบอัดรูปภาพ เพื่อเพิ่มความเร็วเว็บไซต์
ผลลัพธ์:
-
อันดับของบทความข่าวเพิ่มขึ้น 15%
-
Bounce Rate ลดลงจาก 60% เหลือ 45%
MThai – การแก้ไข Broken Links และปรับ Mobile SEO
-
แก้ไขลิงก์เสียและ Redirects เพื่อป้องกัน SEO เสียหาย
-
ปรับปรุง UX บนมือถือให้เหมาะกับ Mobile-First Indexing
ผลลัพธ์:
-
เพิ่มการเข้าชมจากมือถือ 30%
-
CTR สูงขึ้น 12%
เครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบและปรับปรุง Technical SEO
-
Google Search Console – ตรวจสอบ Indexing และ Core Web Vitals
-
Google PageSpeed Insights – วิเคราะห์ความเร็วเว็บไซต์
-
Screaming Frog SEO Spider – ตรวจสอบลิงก์เสียและ Redirects
-
Google Mobile-Friendly Test – ตรวจสอบว่าเว็บรองรับมือถือหรือไม่
สรุป
Technical SEO เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เว็บไซต์ โหลดเร็วขึ้น รองรับมือถือ และเป็นมิตรกับ Googlebot
Checklist ที่ต้องทำ:
-
ปรับ โครงสร้าง URL และ XML Sitemap ให้ถูกต้อง
-
ใช้ HTTPS และ SSL Certificate เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
-
ปรับปรุง Page Speed และ Core Web Vitals
-
ตรวจสอบ Robots.txt และ Meta Robots เพื่อป้องกันปัญหาด้าน Indexing
ใช้ Schema Markup เพื่อเพิ่มโอกาสแสดง Rich Snippets

Share

Keep me postedto follow product news, latest in technology, solutions, and updates
Related articles
Explore all


