ใส่ปุ่มแชร์ให้ถูกจุด: แชร์ง่าย = เพิ่มTraffic

2 mins read

Published

10 June, 2025

Language

Thai

Written by

Share

ใส่ปุ่มแชร์ให้ถูกจุด: แชร์ง่าย = เพิ่มTraffic

บทความของคุณอาจมีคุณภาพดีมาก มีข้อมูลน่าสนใจ หรืออินไซต์เจาะลึก
แต่ถ้าผู้อ่านรู้สึกว่า “แชร์ยาก” หรือ “หาไม่เจอว่าจะกดแชร์ยังไง” โอกาสที่บทความนั้นจะถูกส่งต่อใน Social Media ก็แทบเป็นศูนย์

การวาง ปุ่มแชร์ (Social Share Button) จึงไม่ใช่แค่ใส่เพื่อให้ครบ แต่คือการออกแบบ “จุดเร่งการกระจายเนื้อหา” อย่างมีเป้าหมาย

 

ทำไมปุ่มแชร์ถึงสำคัญกับเว็บไซต์?

  • ช่วยเพิ่ม Traffic จาก Social Media โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณา

  • สร้างความน่าเชื่อถือ เมื่อผู้อ่านอยากแบ่งปันเนื้อหาให้คนอื่น

  • ส่งผลทางอ้อมต่อ SEO เพราะ Social Signal ช่วยเพิ่ม Engagement

วางปุ่มแชร์ตรงไหนถึงได้ผล?

1. ต้นบทความ (Above the Fold)

  • ผู้อ่านหลายคนรู้ตั้งแต่ต้นว่าบทความน่าสนใจ
    → หากปุ่มแชร์อยู่ใกล้ จะเพิ่มโอกาสแชร์ตั้งแต่ต้น

2. กลางบทความ (หลังกราฟหรือย่อหน้าสำคัญ)

  • เมื่อเนื้อหาเข้าสู่ช่วงที่กระตุ้นอารมณ์ เช่น อินไซต์, สถิติ, คำพูดเด็ด
    → การแทรกปุ่มแชร์ช่วงนี้มีแนวโน้มถูกกดมากขึ้น

3. ท้ายบทความ (พร้อม Call to Action)

  • หลังจากผู้อ่านอ่านจบ → ใส่ CTA ชวนแชร์ เช่น
    “ชอบบทความนี้หรือไม่? แชร์ให้เพื่อนรู้ด้วย!”

4. ปุ่มลอย (Floating Button)

  • สำหรับมือถือควรใช้แบบปุ่มลอยที่ไม่รบกวนการอ่าน

  • เลือกเฉพาะแพลตฟอร์มหลัก เช่น Facebook, LINE, Twitter

อย่าใส่ปุ่มแชร์แบบนี้

  • เยอะเกินไป: ไม่จำเป็นต้องใส่ทุกโซเชียล เช่น Reddit, Tumblr ถ้าไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย

  • โหลดช้า: ปลั๊กอินแชร์บางตัวใช้ JavaScript เยอะ → ทำให้หน้าเว็บช้าลง

  • ปุ่มเล็กเกินไป: โดยเฉพาะบนมือถือ ควรมีขนาดแตะง่าย (ไม่ต่ำกว่า 44x44px)

 

กรณีศึกษา: เว็บไซต์ข่าวสุขภาพเพิ่มยอดแชร์ 3 เท่าหลังวางปุ่มแชร์ใหม่

เว็บไซต์ข่าวสุขภาพแห่งหนึ่งนำเสนอเนื้อหาสำหรับกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงวัย
ก่อนหน้านี้ใช้ปุ่มแชร์เฉพาะที่ท้ายบทความ → ผู้ใช้น้อยคนจะเลื่อนจนจบแล้วแชร์

การปรับที่ทำ:

  • เพิ่มปุ่มแชร์ไว้ ใต้หัวข้อบทความ พร้อมไอคอนที่เข้าใจง่าย

  • ใช้แบบ Floating บนมือถือเฉพาะ Facebook และ LINE

  • วางปุ่มแชร์ซ้ำช่วงกลางบทความตรงจุดสถิติสุขภาพสำคัญ

  • ใส่ข้อความชวนแชร์ เช่น “บอกต่อข้อมูลสุขภาพดีๆ ให้คนที่คุณรัก”

ผลลัพธ์:

  • ยอดแชร์บน Facebook เพิ่มขึ้น 3 เท่าภายในเดือนแรก

  • ผู้ใช้งานมือถือแชร์มากกว่าผู้ใช้เดสก์ท็อปเกือบ 2 เท่า

  • Traffic จาก Facebook เพิ่มขึ้น 48%

  • Bounce Rate ของบทความยอดนิยมลดลง เพราะผู้อ่านรู้สึกมีส่วนร่วม

สรุป

การใส่ปุ่มแชร์ที่ถูกจุด = เปิดโอกาสให้บทความของคุณ “เดินทางไกลขึ้น” โดยไม่ต้องเสียค่าโปรโมตเพิ่ม
อย่ามองข้ามแค่ “ตำแหน่งปุ่ม” เพราะเพียงวางให้ดี ก็เพิ่ม Engagement และทราฟฟิกได้อย่างมีนัยสำคัญ

Written by
Fayelyn Nantasuda Kuntieng
Fayelyn Nantasuda Kuntieng

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
05 Jun, 2026

by

Preview email ด้วย Letter Opener
Preview email ด้วย Letter Opener
Letter Opener เป็น gem ของ ที่ใช้แสดงรูปแบบของอีเมลที่เราต้องการจะส่ง ก่อนที่จะส่งจริง เพื่อให้ง่ายและไวต่อการทดสอบ Let's Get started... Installation เพิ่ม Gem ใน Gemfile จากนั้นรัน `bundle install` # Gemfile group :development do gem "letter_opener" gem "letter_opener_web", "~> 1.0" end กำหนดการส่งอีเมลโดยใช้ letter_opener (กรณี Production จะใช้เป็น :smtp) # config/environments/development.rb config.action_mailer.delivery_method
05 Jun, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
05 Jun, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com999 Gaysorn Centre, Unit 5B-1 (523), 5th Floor, Phloen Chit Road, Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy