จำนวน Internal Link ที่เหมาะสมในบทความ

2 mins read

Published

12 May, 2025

Language

Thai

Written by

Share

จำนวน Internal Link ที่เหมาะสมในบทความ

หลายครั้งที่เจ้าของเว็บไซต์หรือผู้ดูแลเว็บไซต์มักสงสัยว่า จำนวนลิงก์ภายใน (Internal Links) ที่ใส่ลงในบทความหรือหน้าเพจควรมีมากน้อยแค่ไหน?
หากมีลิงก์มากเกินไปจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่สะดวก หรืออาจถูกมองว่าเป็น การสแปม ที่ไม่ดีต่อ SEO แต่หากมีลิงก์น้อยเกินไปก็อาจทำให้เว็บไซต์ไม่ถูก index หรือไม่ได้รับความสำคัญจาก Google เท่าที่ควร

ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึง แนวทางการวางลิงก์ภายใน ที่เหมาะสม ไม่มากเกินไปและไม่ส่งผลเสียต่อ SEO พร้อมกรณีศึกษาจริงจากเว็บไซต์ข่าวที่ปรับลิงก์แล้วเห็นผลด้าน Core Web Vitals

แนวทางการวางลิงก์ภายในอย่างมีประสิทธิภาพ

1. คำนึงถึงประสบการณ์ของผู้ใช้ (UX)

ลิงก์ที่มีประสิทธิภาพควรทำให้ผู้ใช้งานสามารถ “เดินทาง” ได้สะดวกจากหน้าเพจหนึ่งไปยังหน้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง การวางลิงก์ที่มากเกินไปจะทำให้หน้าเพจดูรก และทำให้ผู้ใช้สับสนหรือไม่แน่ใจว่าจะเลือกคลิกลิงก์ไหนก่อน

  • คำแนะนำ: ลิงก์ควรอยู่ในตำแหน่งที่ผู้ใช้งานมองเห็นได้ง่าย เช่น ในย่อหน้าหรือจุดที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

2. จำนวนลิงก์ที่เหมาะสม

การวางลิงก์ในบทความหรือหน้าเพจควรคำนึงถึง การไม่มากเกินไป โดยทั่วไปไม่ควรมีลิงก์ภายในมากกว่า 10-20 ลิงก์ต่อหน้า หากเนื้อหายาวพอสมควร (1000 คำขึ้นไป) แต่หากจำนวนลิงก์มากกว่านั้น อาจทำให้ลิงก์ไม่ถูกให้ความสำคัญมากพอจาก Google

  • คำแนะนำ: ปรับการใช้ลิงก์ให้สมดุล เช่น 3–5 ลิงก์ต่อ 1,000 คำในบทความ

3. ใช้ลิงก์ในจุดที่เกี่ยวข้อง

ลิงก์ควรเป็นการเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง เช่น บทความเสริมที่ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น หรือเนื้อหาที่สอดคล้องกันในเว็บไซต์

  • คำแนะนำ: ลิงก์ควรใช้ข้อความที่มีความหมาย โดยไม่ใช้คำกลาง ๆ เช่น “คลิกที่นี่” หรือ “อ่านต่อ”

4. อย่าลืมวางลิงก์ในตำแหน่งที่สำคัญ

การวางลิงก์ในตำแหน่งที่เหมาะสม เช่น ในเนื้อหาหลักที่ผู้ใช้จะอ่านอย่างแน่นอน จะทำให้ลิงก์นั้นได้รับความสนใจมากขึ้น เช่น การวางลิงก์ที่ จุดเริ่มต้นของบทความ หรือใน ย่อหน้าหลัก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ Google และผู้ใช้ให้ความสำคัญ

 

กรณีศึกษา: เว็บไซต์ข่าวที่ปรับจำนวนลิงก์แล้วได้ผล

เว็บไซต์ข่าวออนไลน์แห่งหนึ่งที่ให้บริการข่าวสารเทคโนโลยี เคยประสบปัญหาหน้าเว็บไซต์โหลดช้าและมี Core Web Vitals ที่ต่ำ ผลกระทบจากการมี ลิงก์จำนวนมากในหน้าเดียว ซึ่งมีมากถึง 30 ลิงก์ในบทความที่มีเนื้อหายาวเพียง 1,000 คำ

ปัญหาที่พบ:

  • การโหลดหน้าเว็บช้า

  • ค่า Core Web Vitals ไม่ผ่านเกณฑ์ที่ Google ตั้งไว้

  • ผู้ใช้มี Bounce Rate สูง เพราะการคลิกหลายลิงก์ในหน้าเดียวทำให้การนำทางช้าลง

สิ่งที่ทีมทำ:

  • ลดจำนวนลิงก์ในบทความจาก 30 ลิงก์ เหลือ 10 ลิงก์

  • เชื่อมโยงเฉพาะลิงก์ที่มีความเกี่ยวข้องและมีประโยชน์ต่อผู้ใช้

  • ปรับการวางลิงก์ให้อยู่ในตำแหน่งที่สำคัญ เช่น ในย่อหน้าแรก และในเนื้อหาหลัก

ผลลัพธ์ที่ได้:

  • ค่า Core Web Vitals ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ Largest Contentful Paint (LCP) และ First Input Delay (FID)

  • Bounce Rate ลดลง จาก 55% เหลือ 35%

  • ผู้ใช้ใช้เวลาในเว็บไซต์นานขึ้น และคลิกอ่านบทความที่เกี่ยวข้องมากขึ้น

สรุป

การใส่ Internal Link เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการช่วยเพิ่ม SEO และ UX แต่การใส่ลิงก์มากเกินไปอาจทำให้เว็บไซต์ดูรก และส่งผลเสียต่อการจัดอันดับของ Google
การวางลิงก์ภายในควรมีการวางแผนที่ดี คำนึงถึงประสบการณ์ผู้ใช้ และไม่ทำให้ลิงก์ดูเยอะเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดการ สแปม และ เสียประสิทธิภาพ ในการทำ SEO

การปรับจำนวนลิงก์ให้เหมาะสมจะช่วยเพิ่มคุณค่าของเว็บไซต์ให้กับทั้งผู้ใช้และ Google ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Written by
Ae Tharatip Maneewan
Ae Tharatip Maneewan

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
04 Aug, 2026

by

Preview email ด้วย Letter Opener
Preview email ด้วย Letter Opener
Letter Opener เป็น gem ของ ที่ใช้แสดงรูปแบบของอีเมลที่เราต้องการจะส่ง ก่อนที่จะส่งจริง เพื่อให้ง่ายและไวต่อการทดสอบ Let's Get started... Installation เพิ่ม Gem ใน Gemfile จากนั้นรัน `bundle install` # Gemfile group :development do gem "letter_opener" gem "letter_opener_web", "~> 1.0" end กำหนดการส่งอีเมลโดยใช้ letter_opener (กรณี Production จะใช้เป็น :smtp) # config/environments/development.rb config.action_mailer.delivery_method
04 Aug, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
04 Aug, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com999 Gaysorn Centre, Unit 5B-1 (523), 5th Floor, Phloen Chit Road, Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy