จัดการข้อมูลผู้ใช้อย่างไรเมื่อใช้ Third-party Tools

2 mins read

Published

2 July, 2025

Language

Thai

Written by

Share

จัดการข้อมูลผู้ใช้อย่างไรเมื่อใช้ Third-party Tools

ไม่ว่าจะเป็น CRM อย่าง Salesforce, ระบบวิเคราะห์อย่าง Google Analytics, หรือเครื่องมือส่งอีเมลอย่าง Mailchimp — เครื่องมือเหล่านี้ล้วนเป็น Third-party Tools ที่เก็บหรือประมวลผล “ข้อมูลส่วนบุคคล” แทนเจ้าของเว็บไซต์

ภายใต้ PDPA (พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) ธุรกิจยังสามารถใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ได้ แต่ต้องบริหารความเสี่ยงและความโปร่งใสต่อผู้ใช้งานอย่างเหมาะสม

ข้อควรระวังเมื่อใช้ Third-party Tools กับข้อมูลส่วนบุคคล

1. ประเมินว่าเครื่องมือมีการเก็บ/ประมวลผลข้อมูลหรือไม่

  • เครื่องมือบางอย่างเพียงแสดงผล แต่บางตัว (เช่น Google Tag Manager, CRM) จะดึงข้อมูลออกไปใช้งานภายนอก

2. ตรวจสอบว่าเครื่องมืออยู่ในประเทศใด

  • หากข้อมูลส่งออกไปต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา (กรณีของ Mailchimp หรือ Google) ควรแจ้งผู้ใช้งานให้ชัดเจน

3. ทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (Data Processing Agreement - DPA)

  • เครื่องมือที่เชื่อถือได้มักมี DPA ให้ลงนาม เช่น HubSpot, Mailchimp, หรือ Meta

4. ระบุใน Privacy Policy อย่างชัดเจน

  • แจ้งชื่อเครื่องมือ, ประเทศที่จัดเก็บข้อมูล, วัตถุประสงค์ และสิทธิของผู้ใช้ในการ opt-out

วิธีจัดการความเสี่ยง: แนวทางปฏิบัติ

  • จำกัดข้อมูลที่ส่งไปยัง Third-party ให้เท่าที่จำเป็น (Data Minimization)

  • ใช้ฟีเจอร์ Anonymize, Mask หรือ Hash ข้อมูลก่อนส่งออก

  • ให้ผู้ใช้งานมีตัวเลือกในการ opt-out หรือถอนความยินยอม

  • ตรวจสอบเครื่องมือเป็นระยะ เช่น ดูรายงานการประมวลผล, ตรวจ Log การเข้าถึง

กรณีศึกษา: SME ใช้ Mailchimp อย่างโปร่งใสตาม PDPA

ธุรกิจ SME รายหนึ่งในกลุ่มบริการสุขภาพ ใช้ Mailchimp เพื่อส่งอีเมลโปรโมชั่นและข่าวสารให้กับลูกค้าเดิม

สิ่งที่ทำเพื่อให้สอดคล้องกับ PDPA:

  • แจ้งไว้ใน Privacy Policy ว่าข้อมูลอีเมลจะถูกจัดเก็บใน Mailchimp (เซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ)

  • เปิดให้ผู้ใช้งานเลือก opt-in/opt-out สำหรับการรับอีเมล

  • เชื่อมแบบฟอร์มสมัครสมาชิกกับระบบ Cookie Consent และ Consent Log

ผลลัพธ์:

  • ลูกค้าไว้วางใจและ opt-in มากขึ้น เพราะรู้ว่าข้อมูลจะถูกจัดการอย่างไร

  • ธุรกิจสามารถส่งแคมเปญได้โดยไม่กังวลเรื่องข้อกฎหมาย

สรุป

การใช้ Third-party Tools ไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่ต้อง “ชี้แจงอย่างโปร่งใส” และ “ควบคุมการส่งข้อมูล” ให้เหมาะสมกับความยินยอมของผู้ใช้งาน

 

Written by
Opal Piyaporn Kijtikhun
Opal Piyaporn Kijtikhun

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
31 Aug, 2026

by

Preview email ด้วย Letter Opener
Preview email ด้วย Letter Opener
Letter Opener เป็น gem ของ ที่ใช้แสดงรูปแบบของอีเมลที่เราต้องการจะส่ง ก่อนที่จะส่งจริง เพื่อให้ง่ายและไวต่อการทดสอบ Let's Get started... Installation เพิ่ม Gem ใน Gemfile จากนั้นรัน `bundle install` # Gemfile group :development do gem "letter_opener" gem "letter_opener_web", "~> 1.0" end กำหนดการส่งอีเมลโดยใช้ letter_opener (กรณี Production จะใช้เป็น :smtp) # config/environments/development.rb config.action_mailer.delivery_method
31 Aug, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
31 Aug, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com999 Gaysorn Centre, Unit 5B-1 (523), 5th Floor, Phloen Chit Road, Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy