วิธีทำ Usability Test ให้ได้ Insight จริงจากผู้ใช้

2 mins read

Published

13 May, 2025

Language

Thai

Written by

Share

วิธีทำ Usability Test ให้ได้ Insight จริงจากผู้ใช้

การออกแบบ UI/UX ที่ดีไม่สามารถทำได้โดยการคาดเดาเพียงอย่างเดียว เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า ผู้ใช้จริง จะมีปฏิกิริยาหรือความรู้สึกอย่างไรเมื่อใช้เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของเรา วิธีที่ดีที่สุดในการเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้และปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานคือการทำ Usability Testing

Usability Testing เป็นกระบวนการที่ช่วยให้เราทดสอบและเข้าใจถึงความสะดวกในการใช้งานจากมุมมองของผู้ใช้จริง ซึ่งจะทำให้ได้ Insight ที่เป็นประโยชน์ในการปรับปรุง UI/UX ของเว็บไซต์หรือแอป

ในบทความนี้ เราจะมาเรียนรู้ขั้นตอนการทำ Usability Test ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการวิเคราะห์ผล รวมถึงตัวอย่างการใช้งานจริงที่ทำให้เราเห็นว่า Usability Testing สามารถทำให้แอปหรือเว็บไซต์มีประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างไร

ขั้นตอนการทำ Usability Test

1. กำหนดเป้าหมายของการทดสอบ

ก่อนเริ่มต้นการทดสอบคุณต้องกำหนดว่า เป้าหมาย ที่ต้องการจากการทดสอบคืออะไร เช่น

  • ตรวจสอบการใช้งานของฟีเจอร์ใหม่

  • ทดสอบความง่ายในการใช้งานของ UI

  • ดูว่าเมนูหรือปุ่มต่าง ๆ ถูกใช้งานได้ดีแค่ไหน

การกำหนดเป้าหมายจะช่วยให้คุณทราบว่าในการทดสอบแต่ละครั้งควรจะให้ผู้ใช้ทำอะไร และคุณจะวัดผลจากอะไร

2. เลือกผู้ใช้ที่เหมาะสม (Target Users)

ผู้ใช้ที่คุณเลือกในการทดสอบควรเป็น กลุ่มเป้าหมายหลัก ของผลิตภัณฑ์ เช่น

  • หากแอปของคุณเป็นแอปสำหรับผู้สูงอายุ ควรเลือกผู้ทดสอบที่มีอายุใกล้เคียงกับกลุ่มเป้าหมาย

  • หากเว็บไซต์ของคุณเป็นเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ ควรเลือกผู้ทดสอบที่เป็น ผู้ซื้อออนไลน์

เลือกผู้ใช้ที่มีความหลากหลายพอสมควรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมและแม่นยำ

3. ออกแบบสถานการณ์การทดสอบ (Tasks)

ออกแบบ สถานการณ์ หรือ ภารกิจ ที่ผู้ทดสอบจะทำในการทดสอบ เช่น

  • ลงชื่อสมัครสมาชิก

  • สั่งซื้อสินค้า

  • ค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์

การออกแบบภารกิจจะต้องเป็นกิจกรรมที่ผู้ใช้จะทำจริงในชีวิตประจำวัน และต้องเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการใช้งานเว็บไซต์หรือแอปของคุณ

4. การทดสอบแบบ Realtime

ทำการ ทดสอบในสถานการณ์จริง โดยให้ผู้ทดสอบทำภารกิจตามที่คุณกำหนดในเวลา ที่กำหนดไว้ และควรให้ผู้ทดสอบ พูดออกเสียง (Think Aloud) ว่ากำลังคิดหรือทำอะไรอยู่ เพื่อให้ทีมออกแบบหรือพัฒนาเข้าใจถึงความรู้สึกหรือการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในระหว่างการใช้งาน

5. บันทึกและสังเกตผลลัพธ์

บันทึกการทดสอบทั้งหมด ซึ่งอาจรวมถึง:

  • เวลาในการทำภารกิจ

  • ความยากง่ายที่ผู้ใช้ประสบ

  • ปัญหาหรืออุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างการใช้งาน

การบันทึกผลการทดสอบจะช่วยให้คุณเห็น จุดอ่อน และ จุดแข็ง ของการออกแบบ UI ได้อย่างชัดเจน

6. การวิเคราะห์ผลและปรับปรุง

หลังจากการทดสอบเสร็จสิ้น คุณควรทำการ วิเคราะห์ผลลัพธ์ และ สรุปข้อมูลที่ได้ เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุง UI/UX เช่น

  • ปรับตำแหน่งของปุ่มหรือฟังก์ชั่นที่ผู้ใช้ไม่สามารถค้นหาได้ง่าย

  • เปลี่ยนแปลงลำดับขั้นตอนที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสับสน

  • แก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการใช้งาน

 

กรณีศึกษา: แอปชำระเงินที่นำ Prototype ไปให้กลุ่มเป้าหมายทดลอง

สถานการณ์ก่อนการทดสอบ: แอปชำระเงินที่เพิ่งเปิดตัวใหม่พบปัญหาในการใช้งานโดยผู้ใช้หลายคน กดผิดปุ่ม ในระหว่างการทำธุรกรรม โดยเฉพาะ การเลือกวิธีการชำระเงิน ที่มีหลายตัวเลือกในหน้าเดียวกัน

สิ่งที่ทีม UX/UI ทำ:

  1. ออกแบบ Prototype ใหม่ โดยเพิ่มขั้นตอนการยืนยันการเลือกชำระเงินให้ชัดเจนขึ้น

  2. ทำ Usability Test โดยเลือกกลุ่มเป้าหมายจากผู้ใช้จริงที่เป็นกลุ่มที่มีความหลากหลาย เช่น ผู้ใช้รุ่นใหม่และผู้ใช้ที่ไม่ค่อยเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี

  3. ให้ผู้ทดสอบทำภารกิจในแอป เช่น การเลือกวิธีการชำระเงินและการยืนยันการชำระเงิน

ผลลัพธ์หลังการทดสอบ:

  • ผู้ทดสอบหลายคน กดผิดปุ่ม เนื่องจากปุ่มเลือกวิธีการชำระเงินไม่เด่นพอ

  • ทีม UX/UI ปรับปรุง UI โดยเพิ่ม ปุ่มยืนยันการเลือก และ ใช้สีที่เด่นชัดสำหรับปุ่มสำคัญ

  • การทดสอบซ้ำพบว่า การกดผิดลดลง 60%

ผลลัพธ์หลังปรับ UI:

  • การทำธุรกรรมเสร็จสิ้นเร็วขึ้น 30%

  • ความพึงพอใจจากผู้ใช้เพิ่มขึ้น และมีการใช้แอปมากขึ้นในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้สูงอายุ

 

สรุป

Usability Testing เป็นเครื่องมือที่สำคัญในการปรับปรุง UX/UI ให้ดีขึ้น โดยการทดสอบกับผู้ใช้จริงจะช่วยให้เราเข้าใจ ปัญหาจริง และ ปรับปรุงสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ การทำ Usability Test จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการ ลดความยุ่งยากในการใช้งาน และ เพิ่มความสะดวก ให้ผู้ใช้รู้สึกมั่นใจในการใช้งาน

หากคุณต้องการให้เว็บไซต์หรือแอปของคุณประสบความสำเร็จและตอบโจทย์ผู้ใช้จริง อย่าลืมเริ่มต้นด้วย Usability Testing แล้วนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุง UX/UI อย่างต่อเนื่อง!

Written by
Pack Srattha Prathueangyukhan
Pack Srattha Prathueangyukhan

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
14 Jul, 2026

by

Preview email ด้วย Letter Opener
Preview email ด้วย Letter Opener
Letter Opener เป็น gem ของ ที่ใช้แสดงรูปแบบของอีเมลที่เราต้องการจะส่ง ก่อนที่จะส่งจริง เพื่อให้ง่ายและไวต่อการทดสอบ Let's Get started... Installation เพิ่ม Gem ใน Gemfile จากนั้นรัน `bundle install` # Gemfile group :development do gem "letter_opener" gem "letter_opener_web", "~> 1.0" end กำหนดการส่งอีเมลโดยใช้ letter_opener (กรณี Production จะใช้เป็น :smtp) # config/environments/development.rb config.action_mailer.delivery_method
14 Jul, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
14 Jul, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com999 Gaysorn Centre, Unit 5B-1 (523), 5th Floor, Phloen Chit Road, Lumphini, Pathum Wan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy