ตรวจสอบ Accessibility ได้อย่างไร? เครื่องมือฟรีที่มืออาชีพใช้

2 mins read

Published

6 June, 2025

Language

Thai

Written by

Share

ตรวจสอบ Accessibility ได้อย่างไร? เครื่องมือฟรีที่มืออาชีพใช้

การออกแบบเว็บไซต์ให้ “เข้าถึงได้” หรือ Accessible ไม่ใช่แค่เรื่องของดีไซน์ที่สวยงามหรือโค้ดที่สะอาด แต่คือการทำให้ผู้ใช้ทุกคน—including ผู้พิการทางการมองเห็น การเคลื่อนไหว การได้ยิน และการเรียนรู้—สามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเท่าเทียม

แม้จะมีเจตนาดี แต่มักเกิดปัญหาโดยไม่ตั้งใจ เช่น ลิงก์ไม่มีข้อความอธิบาย, สีที่มองไม่เห็นชัด, heading ที่ไม่เรียงลำดับ หรือฟอร์มที่ใช้กับคีย์บอร์ดไม่ได้ ปัญหาเหล่านี้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเสมอไป

โชคดีที่มีเครื่องมือฟรีระดับมืออาชีพ ที่สามารถช่วย ตรวจสอบ ปรับปรุง และพัฒนาเว็บไซต์ให้รองรับผู้ใช้ทุกกลุ่มได้ดียิ่งขึ้น

3 เครื่องมือแนะนำสำหรับตรวจสอบ Accessibility

1. WAVE (Web Accessibility Evaluation Tool)

โดย WebAIM

เครื่องมือที่เหมาะสำหรับนักออกแบบและนักพัฒนาใช้ในการสแกนหน้าเว็บและเห็นผลทันทีผ่านภาพรวมเชิงกราฟิก

จุดเด่น:

  • แสดงจุดผิดพลาดของ Accessibility บนหน้าเว็บด้วยไอคอน

  • ตรวจสอบ alt text, contrast, heading structure, ARIA labels ฯลฯ

  • ใช้งานง่าย ไม่ต้องเขียนโค้ด

  • ใช้ผ่านเว็บ หรือเป็น Extension บน Chrome / Firefox

เหมาะกับ:
ทีม UX/UI และนักพัฒนา front-end ที่ต้องการเห็นปัญหาแบบภาพรวมอย่างรวดเร็ว

 

2. Lighthouse

โดย Google

เป็นหนึ่งในเครื่องมือ DevTools ที่ติดมากับเบราว์เซอร์ Chrome โดยให้คะแนนเว็บไซต์ในหลายด้าน รวมถึง Accessibility

จุดเด่น:

  • ให้คะแนน (Score) พร้อมคำแนะนำในการปรับปรุง

  • ตรวจสอบได้ทั้ง Accessibility, Performance, SEO, PWA

  • รันได้แบบ offline

  • ใช้งานง่ายผ่าน Chrome DevTools

เหมาะกับ:
นักพัฒนาเว็บไซต์ที่ต้องการรายงานภาพรวม พร้อมคำแนะนำเชิงเทคนิคในรูปแบบที่เข้าใจง่าย

3. axe DevTools

โดย Deque Systems

เป็นเครื่องมือสำหรับตรวจสอบ Accessibility ที่เจาะลึกระดับโค้ด พร้อมรายละเอียดของ WCAG (Web Content Accessibility Guidelines)

จุดเด่น:

  • รายงานละเอียด พร้อมอธิบายระดับความรุนแรงของแต่ละปัญหา

  • ชี้ตำแหน่งของโค้ดที่ต้องแก้ไข

  • ใช้งานร่วมกับเครื่องมือทดสอบอัตโนมัติ เช่น Selenium หรือ Cypress ได้

  • มีทั้งเวอร์ชันฟรีและโปร

เหมาะกับ:
นักพัฒนา front-end และ QA ที่ต้องการตรวจสอบแบบละเอียด และพร้อมนำไปแก้ไขจริง

 

วิธีใช้งานเบื้องต้น (เช่น WAVE):

  1. ติดตั้ง WAVE Extension บน Chrome หรือ Firefox

  2. เปิดหน้าเว็บที่ต้องการตรวจสอบ

  3. คลิกไอคอน WAVE แล้วดูผลลัพธ์

  4. ระบบจะแสดงไอคอนสีต่าง ๆ บอกจุดผิด เช่น

    • สีแดง: ปัญหาร้ายแรง เช่น missing alt text

    • สีส้ม: คำเตือน เช่น contrast ต่ำ

    • สีเขียว: รายการที่ตรวจสอบผ่านแล้ว

  5. อ่านคำแนะนำจากแถบด้านข้าง และแก้ไขตามลำดับความสำคัญ

 

กรณีศึกษา: Senna Labs ใช้ WAVE ตรวจพบโครงสร้าง Heading ผิดลำดับ

บริษัท Senna Labs ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาเว็บในประเทศไทย ต้องการยกระดับคุณภาพเว็บไซต์องค์กรของตนเองให้รองรับผู้ใช้ทุกกลุ่ม จึงเริ่มจากการใช้ WAVE ตรวจสอบ Accessibility ในหน้า "เกี่ยวกับเรา"

ผลลัพธ์จาก WAVE พบว่า Heading Structure ผิดลำดับ เช่น มี <h1> ตามด้วย <h4> โดยไม่มี <h2> และ <h3> รองรับ ซึ่งทำให้ โปรแกรมอ่านหน้าจอ (Screen Reader) อ่านลำดับเนื้อหาได้ไม่ถูกต้อง

หลังจากปรับโครงสร้าง Heading ให้เรียงลำดับจาก <h1> > <h2> > <h3> อย่างเหมาะสม และเพิ่มคำอธิบาย ARIA-labels ในเมนู ทีมงานก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น:

  • คะแนน Accessibility เพิ่มขึ้นจาก 68 เป็น 95

  • การอ่านเนื้อหาด้วยโปรแกรม screen reader ราบรื่นขึ้น

  • ทีม UX ได้ insight ที่ชัดเจนในการออกแบบหน้าอื่น ๆ ให้เข้าถึงได้มากขึ้น

 

สรุป: 

Accessibility ไม่ใช่เรื่องของ "เสร็จทีหลัง" แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตั้งแต่ต้น เครื่องมือต่าง ๆ อย่าง WAVE, Lighthouse และ axe DevTools สามารถช่วยคุณ:

  • ตรวจพบปัญหาที่มองไม่เห็น

  • เข้าใจสาเหตุที่เว็บไซต์ไม่สามารถเข้าถึงได้

  • แก้ไขได้อย่างมีทิศทางและตามมาตรฐาน WCAG

ยิ่งคุณเริ่มใช้เครื่องมือเหล่านี้เร็วเท่าไร งานออกแบบและพัฒนาเว็บของคุณก็จะ รองรับผู้ใช้ได้กว้างขึ้น มีคุณภาพสูงขึ้น และลดต้นทุนการแก้ไขในอนาคต

Written by
Mic Noppawit Chavanadul
Mic Noppawit Chavanadul

Share

Keep me posted
to follow product news, latest in technology, solutions, and updates

More than 120,000 people/day  visit to read our blogs

Related articles

Explore all

Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
Inbound Marketing การตลาดแห่งการดึงดูด
การทำการตลาดในปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไปจากเดิมมากเพราะวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในอดีตไม่ได้แปลว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีในอนาคตด้วยเสมอไปประกอบการแข่งขันที่สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้นักการตลาดต้องมีการปรับรูปแบบการทำการตลาดในการสร้างแรงดึงดูดผู้คนและคอยส่งมอบคุณค่าเพื่อให้เข้าถึงและสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ Inbound Marketing คืออะไร Inbound Marketing คือ การทำการตลาดผ่าน Content ต่างๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามา และตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยอาจจะทำผ่านเว็บไซต์ หรือผ่านสื่อ Social Media ต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้น Inbound Marketing เป็นที่นิยมมากขึ้นเพราะเครื่องมือและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาในปัจจุบันทำให้การทำการตลาดแบบ Inbound Marketing นั้นทำง่ายกว่าเมื่อก่อนมาก นอกจากนี้การทำ Inbound Marketing ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หลักการของ Inbound Marketing Attract สร้าง
16 Jan, 2026

by

Preview email ด้วย Letter Opener
Preview email ด้วย Letter Opener
Letter Opener เป็น gem ของ ที่ใช้แสดงรูปแบบของอีเมลที่เราต้องการจะส่ง ก่อนที่จะส่งจริง เพื่อให้ง่ายและไวต่อการทดสอบ Let's Get started... Installation เพิ่ม Gem ใน Gemfile จากนั้นรัน `bundle install` # Gemfile group :development do gem "letter_opener" gem "letter_opener_web", "~> 1.0" end กำหนดการส่งอีเมลโดยใช้ letter_opener (กรณี Production จะใช้เป็น :smtp) # config/environments/development.rb config.action_mailer.delivery_method
16 Jan, 2026

by

การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
การเปลี่ยนทิศทางผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจ Startup หรือ Pivot or Preserve
อีกหนึ่งบททดสอบสำหรับการทำ Lean Startup ก็คือ Pivot หรือ Preserve ซึ่งหมายถึง การออกแบบหรือทดสอบสมมติฐานของผลิตภัณฑ์หรือแผนธุรกิจใหม่หลังจากที่แผนเดิมไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่คาดคิด จึงต้องเปลี่ยนทิศทางเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด ตัวอย่างการทำ Pivot ตอนแรก Groupon เป็น Online Activism Platform คือแพลตฟอร์มที่มีไว้เพื่อสร้างแคมเปญรณรงค์หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสังคม ซึ่งตอนแรกแทบจะไม่มีคนเข้ามาใช้งานเลย และแล้วผู้ก่อตั้ง Groupon ก็ได้เกิดไอเดียทำบล็อกขึ้นในเว็บไซต์โดยลองโพสต์คูปองโปรโมชั่นพิซซ่า หลังจากนั้น ก็มีคนสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขาคิดใหม่และเปลี่ยนทิศทางหรือ Pivot จากกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นกลุ่มลูกค้าจริง Pivot ถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท Customer Need
16 Jan, 2026

by

Contact Senna Labs at :

hello@sennalabs.com28/11 Soi Ruamrudee, Lumphini, Pathumwan, Bangkok 10330+66 62 389 4599
© 2022 Senna Labs Co., Ltd.All rights reserved. | Privacy policy